บทที่ 6 / 8 · อ่านราว 7 นาที · เขียนโดย ผู้แนะนำการลงทุน (IP) · อัปเดต
ใครขโมยเงินคุณทุกปี? · อ่านฟรี

บทที่ 06
เงินเก็บในแบงก์
= ขาดทุนช้าๆ

เงินในบัญชีไม่ได้ลดลงสักบาท — แต่ทำไมถึงบอกว่าขาดทุน? · ความจริงเรื่อง ‘ผลตอบแทนจริง’
อ่านจบบทนี้: คุณจะเข้าใจว่าดอกเบี้ยที่แพ้เงินเฟ้อ คือการขาดทุนกำลังซื้อจริงๆ
Track E · ระบบการเงินโลก · เล่มเปิดตัว Track E · อ่านฟรี
⚡ สรุปบทนี้ใน 30 วินาที3 ข้อ
  • 1. ผลตอบแทนจริง = ดอกเบี้ย − เงินเฟ้อ · ติดลบเมื่อไหร่ = กำลังซื้อลด
  • 2. ตัวเลขในบัญชีเพิ่ม (nominal) ไม่ได้แปลว่ารวยขึ้นจริง (real)
  • 3. ทบต้นสองทาง — เงินสดถูกกัด · ลงทุนมีระบบมีโอกาสโตแซง (เวลา+วินัย)
FINANCE STORY
เงินเก็บในแบงก์ = ขาดทุนช้าๆ · บทที่ 6
ลองสังเกตของจริง

ตัวเลขเพิ่ม · แต่จนลง

ดอกเบี้ยเงินฝาก 1.5% · เงินเฟ้อ 3%
สมมติคุณฝากประจำได้ดอกเบี้ยปีละ 1.5% · สิ้นปีเห็นเงินในบัญชีเพิ่มขึ้นมานิดหน่อย ก็ยิ้มได้ว่า ‘เงินเรางอกแล้ว’

แต่ปีเดียวกันนั้น เงินเฟ้ออยู่ที่ 3% — ข้าวของแพงขึ้น 3%

ลองคิดตามดีๆ · เงินคุณโตขึ้น 1.5% แต่ของแพงขึ้น 3% · แปลว่าถึงตัวเลขในบัญชีจะเพิ่ม แต่ ‘กำลังซื้อ’ ของเงินคุณกลับ ‘ลดลง’ จริงๆ · คุณดูเหมือนได้ แต่จริงๆ กำลังขาดทุนอยู่เงียบๆ

นี่คือกับดักที่ลึกที่สุดของเรื่องเงินเฟ้อ — เพราะมันหลอกตาด้วย ‘ตัวเลขที่เพิ่มขึ้น’ · คนเลยรู้สึกปลอดภัยทั้งที่กำลังจนลง · บทนี้เราจะไปทำความรู้จักตัวเลขที่บอกความจริง — ‘ผลตอบแทนจริง’

เล่าการเงิน กับจารย์โจ · “อยู่กับผม อะไรๆ ก็ง่าย”2 / 6
FINANCE STORY
เงินเก็บในแบงก์ = ขาดทุนช้าๆ · บทที่ 6
ผลตอบแทนจริง

ดอกเบี้ย − เงินเฟ้อ

มีสูตรง่ายๆ ที่ควรจำไปทั้งชีวิต — ‘ผลตอบแทนจริง (real return) = ดอกเบี้ยที่ได้ − เงินเฟ้อ’ · ถ้าผลออกมาติดลบ แปลว่ากำลังซื้อของเงินคุณลดลง ถึงตัวเลขในบัญชีจะเพิ่มก็ตาม

0%+1.5%ดอกเบี้ยเงินฝาก−3.0%เงินเฟ้อ=−1.5%/ปีผลตอบแทนจริง
ผลตอบแทนจริง = ดอกเบี้ย − เงินเฟ้อ · ฝากได้ 1.5% แต่เงินเฟ้อ 3% = ติดลบ 1.5% ต่อปี

นักการเงินเรียกตัวเลขในบัญชีที่เพิ่มขึ้นว่า ‘ผลตอบแทนที่เป็นตัวเงิน’ (nominal) · และเรียกกำลังซื้อที่แท้จริงว่า ‘ผลตอบแทนจริง’ (real) · สองอันนี้ต่างกันเสมอเมื่อมีเงินเฟ้อ · คนที่ดูแค่ตัวเลข nominal จะรู้สึกว่าตัวเองได้กำไร · แต่คนที่ดู real จะเห็นความจริงว่ากำลังซื้อเพิ่มหรือลด

เล่าการเงิน กับจารย์โจ · “อยู่กับผม อะไรๆ ก็ง่าย”3 / 6
FINANCE STORY
เงินเก็บในแบงก์ = ขาดทุนช้าๆ · บทที่ 6
⭐ พลังทบต้นสองทาง

เงินสดหด vs ลงทุนโต

ทีนี้มาถึงส่วนที่ให้ ‘ความหวัง’ บ้าง · จำเรื่อง ‘ดอกเบี้ยทบต้น’ ที่เราเกริ่นไว้ตั้งแต่ E2 ได้ไหมครับ · ความจริงคือ พลังทบต้นนี้ทำงาน ‘สองทาง’

เท่าทันเงินเฟ้อ = ‘ไม่จนลง’ (Wealth Protection)เงินสด = จนลงลงทุนมีระบบ = มั่งคั่งขึ้นเริ่มจุดเดียวกัน วันนี้หลายปีข้างหน้า
เส้นประ = ‘เท่าทันเงินเฟ้อ’ (กำลังซื้อคงเดิม) · เงินสดหลุดต่ำกว่าเส้น = จนลง · ลงทุนมีระบบขึ้นเหนือเส้น = มั่งคั่งขึ้น

ทางหนึ่ง — ถ้าคุณถือเงินสด เงินเฟ้อจะทบต้น ‘กัดกิน’ กำลังซื้อลงเรื่อยๆ (เส้นล่าง) · แต่อีกทางหนึ่ง — ถ้าคุณเอาเงินไป ‘ลงทุนอย่างมีระบบ’ ในสินทรัพย์ที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินเฟ้อในระยะยาว ดอกเบี้ยทบต้นจะทำงานให้คุณ เงินมีโอกาสโต ‘แซง’ เงินเฟ้อขึ้นไป (เส้นบน) — แม้ระหว่างทางจะมีขึ้นลงและมีความเสี่ยงก็ตาม

จุดเริ่มต้นเป็นจุดเดียวกัน · แต่พอเวลาผ่านไปหลายปี สองเส้นนี้ห่างกันคนละโลก · และกุญแจที่ตัดสินว่าคุณจะอยู่เส้นไหน ไม่ใช่ ‘โชค’ หรือ ‘จังหวะตลาด’ · แต่คือสองคำที่เราพูดถึงมาตลอด — ‘เวลา + วินัย’ · เริ่มเร็ว และทำอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องหลายปี

พูดตรงๆ ว่า ‘วินัยหลายปี’ นี่แหละที่ยากที่สุด · คนส่วนใหญ่รู้ว่าควรทำ แต่ทำได้ไม่ต่อเนื่อง เพราะทำคนเดียว ไม่มีระบบ ไม่มีคนช่วยประคอง · และนี่คือจุดที่เราตั้งใจเข้ามาช่วย — เดี๋ยวเราจะคุยกันจริงจังในบทสุดท้าย

เล่าการเงิน กับจารย์โจ · “อยู่กับผม อะไรๆ ก็ง่าย”4 / 6
FINANCE STORY
เงินเก็บในแบงก์ = ขาดทุนช้าๆ · บทที่ 6
เรื่องจริง ตรวจสอบได้

ดอกเบี้ยจริงติดลบ มีจริง

‘ดอกเบี้ยจริงติดลบ’ ไม่ใช่เรื่องนานๆ ที — หลายช่วงที่ผ่านมา ฝากแบงก์แล้วกำลังซื้อลดลงจริง:

0%-1.2%ช่วง 1-0.6%ช่วง 2+0.4%ช่วง 3-1.8%ช่วง 4-0.9%ช่วง 5+0.2%ช่วง 6
เทียบ ‘ดอกเบี้ยเงินฝาก − เงินเฟ้อ’ · หลายช่วงติดลบ = ฝากไว้เฉยๆ กำลังซื้อลดลงจริง (ภาพประกอบ · ดูตัวเลขจริงจาก ธปท.)

ตัวอย่างจริงที่ชัดที่สุดคือ ปี 2565 — เงินเฟ้อไทยเฉลี่ยทั้งปีพุ่งไป 6.08% (สูงสุดในรอบ 24 ปี) ขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายทั้งปีอยู่แค่ 0.5–1.25% และดอกเบี้ยเงินฝากทั่วไปต่ำกว่านั้นอีก · ผลตอบแทนจริงของเงินฝากปีนั้นจึงติดลบหลายเปอร์เซ็นต์

ดูข้อมูล/หลักฐานจริงจากไหน
‘ผลตอบแทนที่แท้จริง’ (real interest rate = ดอกเบี้ย − เงินเฟ้อ) เป็นแนวคิดมาตรฐานทางการเงิน · ถ้าลองเทียบอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเฉลี่ยกับอัตราเงินเฟ้อย้อนหลัง (ข้อมูลเปิดของ ธปท.) จะเห็นว่าหลายช่วงเวลา ‘ดอกเบี้ยเงินฝากต่ำกว่าเงินเฟ้อ’ = ดอกเบี้ยจริงติดลบ · แปลว่าคนที่ฝากเงินอย่างเดียว กำลังซื้อลดลงจริงในช่วงเหล่านั้น · ตรวจสอบตัวเลขเองได้

ขอย้ำว่าผม ‘ไม่ได้’ บอกว่าอย่าฝากเงินนะครับ — เงินฝากยังสำคัญมากในฐานะ ‘เงินสำรองสภาพคล่อง’ ที่ต้องพร้อมใช้และห้ามเสี่ยง · แต่สำหรับเงิน ‘ก้อนระยะยาว’ ที่เรายังไม่ได้ใช้ในเร็ววัน การฝากทิ้งไว้เฉยๆ ให้ดอกเบี้ยแพ้เงินเฟ้อ คือการปล่อยให้มันขาดทุนช้าๆ · เงินแต่ละก้อนควรมี ‘หน้าที่’ ของมัน — ก้อนไหนไว้ใช้ ก้อนไหนไว้โต

เล่าการเงิน กับจารย์โจ · “อยู่กับผม อะไรๆ ก็ง่าย”5 / 6
FINANCE STORY
เงินเก็บในแบงก์ = ขาดทุนช้าๆ · บทที่ 6
สรุปบทที่ 6

เข้าใจผลตอบแทนจริงแล้ว

ทบทวนสั้นๆ
1. ผลตอบแทนจริง = ดอกเบี้ย − เงินเฟ้อ · ติดลบเมื่อไหร่ = กำลังซื้อลด
2. ตัวเลขในบัญชีเพิ่ม (nominal) ไม่ได้แปลว่ารวยขึ้นจริง (real)
3. ทบต้นสองทาง — เงินสดถูกกัด · ลงทุนมีระบบมีโอกาสโตแซง (เวลา+วินัย)
จำ 1 ประโยค: “ถ้าดอกเบี้ยแพ้เงินเฟ้อ = ฝากไว้ก็ขาดทุนช้าๆ” · บทต่อไป — แล้วถ้าเงินเฟ้อหลุดมือ จะน่ากลัวแค่ไหน
จารย์โจปิดบท — รู้แล้วว่าเงินสดล้วนๆ แพ้เงินเฟ้อได้ และเงินที่ทำงานมีระบบคือทางออก · ก่อนจะไปถึงทางออก บทหน้าผมอยากพาไปดู ‘ด้านมืดสุดขั้ว’ ของเงินเฟ้อ — วันที่มันหลุดมือจนเงินกลายเป็นกระดาษ เพื่อให้เห็นว่าทำไมวินัยการเงินถึงสำคัญ
เล่าการเงิน กับจารย์โจ · “อยู่กับผม อะไรๆ ก็ง่าย”6 / 6
ถาม–ตอบ

คำถามที่บทนี้ตอบ

ผลตอบแทนที่แท้จริง (real return) คืออะไร คำนวณยังไง?

ผลตอบแทนที่แท้จริง (real return) คือผลตอบแทนหลังหักเงินเฟ้อแล้ว คิดง่ายๆ ว่า ดอกเบี้ยที่ได้ ลบ เงินเฟ้อ ถ้าฝากได้ 1.5% แต่เงินเฟ้อ 3% ผลตอบแทนจริงจะติดลบ 1.5% ต่อปี แปลว่ากำลังซื้อลดลงทั้งที่ตัวเลขในบัญชีเพิ่ม ตัวเลขในบัญชีที่เพิ่มขึ้นเรียกว่าผลตอบแทนที่เป็นตัวเงิน (nominal) ส่วนกำลังซื้อที่แท้จริงคือ real สูตรนี้สั้น แต่ควรจำไปทั้งชีวิตครับ

ฝากเงินในธนาคารแพ้เงินเฟ้อจริงไหม ขาดทุนได้ยังไงทั้งที่เงินไม่ลด?

เงินฝากแพ้เงินเฟ้อได้จริงในช่วงที่ดอกเบี้ยเงินฝากต่ำกว่าเงินเฟ้อ ซึ่งเรียกว่า 'ดอกเบี้ยแท้จริงติดลบ' ถ้าลองเทียบอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเฉลี่ยกับเงินเฟ้อย้อนหลังจากข้อมูลเปิดของ ธปท. จะเห็นว่าหลายช่วงเวลาเป็นแบบนั้น คนที่ฝากอย่างเดียวจึงเสียกำลังซื้อจริงในช่วงเหล่านั้น ทั้งที่เงินในบัญชีไม่ได้ลดสักบาท การขาดทุนแบบนี้ไม่โผล่ในสมุดบัญชี เพราะมันหายไปในราคาของ ไม่ใช่ในยอดเงิน

เงินเฟ้อแบบนี้ยังควรฝากเงินไหม ควรแบ่งเงินแต่ละก้อนยังไง?

เงินฝากยังสำคัญมากในฐานะ 'เงินสำรองสภาพคล่อง' ที่ต้องพร้อมใช้และไม่ควรเสี่ยง แต่เงินก้อนระยะยาวที่ยังไม่ได้ใช้ในเร็ววัน ถ้าฝากทิ้งไว้ให้ดอกเบี้ยแพ้เงินเฟ้อ ก็เท่ากับปล่อยให้ขาดทุนช้าๆ หลักคิดคือให้เงินแต่ละก้อนมี 'หน้าที่' ของมัน ก้อนไหนไว้ใช้ ก้อนไหนไว้โต พลังทบต้นทำงานได้สองทาง ถือเงินสดมันจะกัดกินกำลังซื้อ แต่ถ้าลงทุนอย่างมีระบบด้วยเวลาและวินัย มันมีโอกาสทำงานให้เราแทน

ดอกเบี้ยแท้จริงติดลบ เคยเกิดขึ้นจริงในไทยไหม?

ดอกเบี้ยแท้จริงติดลบเคยเกิดขึ้นจริงในไทยหลายช่วง ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือปี 2565 ที่เงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีพุ่งไป 6.08% สูงสุดในรอบ 24 ปี ขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายทั้งปีอยู่แค่ 0.5–1.25% และดอกเบี้ยเงินฝากทั่วไปต่ำกว่านั้นอีก ผลตอบแทนจริงของเงินฝากปีนั้นจึงติดลบหลายเปอร์เซ็นต์ สูตรจำง่ายๆ คือผลตอบแทนจริง = ดอกเบี้ย − เงินเฟ้อ

📄 อยากเก็บไว้พิมพ์ทำจริง?ไฟล์ PDF ทั้งเล่มเป็นสิทธิ์ของลูกค้า Zero to Sixty (บริการวางแผนการลงทุนที่มีใบอนุญาต) · ดูรายละเอียด →

🎁 รับ worksheet ของเล่ม "ใครขโมยเงินคุณทุกปี" ฟรี

ไฟล์ PDF สำหรับพิมพ์กรอกเอง · กรอกแล้วดาวน์โหลดได้ทันที และส่งลิงก์เก็บไว้ในอีเมลให้ด้วย

ตอนนี้คุณอยู่ช่วงไหน (ไม่บังคับ)
บทถัดไป · บทที่ 7 จาก 8ด้านมืด วันที่เงินเฟ้อหลุดมือคุณจะเห็นว่าเมื่อเงินเฟ้อหลุดมือ เงินกลายเป็นกระดาษไร้ค่าได้อย่างไรไปต่อบทที่ 7 →