มิเตอร์ความโลภ–ความกลัว
วัด "อารมณ์ของเงิน" จากตัวเลขจริง 3 ตัว · ระบบคำนวณใหม่อัตโนมัติทุกวัน
วันนี้ตลาดโลกเปลี่ยนอะไร และตัวเลขที่เห็นแปลว่าอะไร — สรุปให้อ่านง่ายในหน้าเดียว

ตลาดจะขึ้นหรือลงเราบังคับไม่ได้ แต่เราเลือกได้ว่าจะเข้าใจมันแค่ไหน — ผมทำหน้านี้ไว้ให้คุณเข้าใจตลาดได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอให้ใครมาบอกว่าวันนี้ต้องทำอะไร

อัปเดตอัตโนมัติ · ราคาตลาดจาก TradingView · ตัวชี้วัดจากธนาคารกลางสหรัฐ (FRED) · คัดตัวชี้วัดโดยจารย์โจ IP, AFPT™
วัด "อารมณ์ของเงิน" จากตัวเลขจริง 3 ตัว · ระบบคำนวณใหม่อัตโนมัติทุกวัน
7 ตัวหลักที่กระทบเงินเรา · กดการ์ดเพื่อดูกราฟใหญ่
หุ้นใหญ่ในดัชนี S&P 500 แยกตามกลุ่มอุตสาหกรรม · ขนาดช่อง = มูลค่าบริษัท · สี = ขึ้น/ลง วันนี้ · ดูแล้วจะเห็นว่าแม้วันเดียวกัน แต่ละกลุ่มก็ไปคนละทาง
🔍 ซูมได้ — เลื่อนลูกกลิ้งเมาส์ หรือใช้ 2 นิ้วถ่างบนมือถือ เพื่อซูมเข้า-ออก · ชี้หรือแตะที่ช่องเพื่อดูชื่อบริษัทและ % วันนี้
ตัวแทนหุ้นโลก — กองทุนส่วนใหญ่อิงตัวนี้
หุ้นเทคโนโลยี — มักขึ้นลงแรงกว่าตลาดรวม
เอเชียเปิดก่อนใคร — ชี้อารมณ์ตลาดช่วงเช้า
มุมยุโรป — ครบภาพเศรษฐกิจโลก
หลุมหลบภัยยอดฮิตของคนไทย
พลังงาน → เงินเฟ้อ → ค่าครองชีพเรา
บาทแข็ง-อ่อน กระทบมูลค่ากองทุนต่างประเทศในรูปเงินบาท
ราคาและกราฟเล็กมาจาก TradingView (ดัชนีบางตัวเป็นราคาอ้างอิงแบบ CFD ใกล้เคียงดัชนีจริง) · กดการ์ดเพื่อดูกราฟใหญ่ เลือกแท่งเทียนหรือเส้นได้
5 ตัวชี้ที่มืออาชีพดู
มิเตอร์ความโลภ–ความกลัว (สูตร Finance Story) — ผมไม่ได้ใช้ความรู้สึก แต่ใช้ตัวเลขจริง 3 ตัวที่สะท้อน "อารมณ์ของเงิน" แล้วเฉลี่ยเท่ากัน
| ตัววัด | ดูอะไร | ทำไมใช้ตัวนี้ |
|---|---|---|
| ความผันผวน | VIX วันนี้ เทียบค่าเฉลี่ย 50 วัน | VIX พุ่งเร็วกว่าปกติ = คนรีบซื้อประกันความเสี่ยง = กำลังกลัว |
| ความกังวลหุ้นกู้ | ส่วนต่างดอกเบี้ยหุ้นกู้เกรด Baa กับพันธบัตรรัฐบาล 10 ปี เทียบค่าเฉลี่ย 1 ปี | ส่วนต่างกว้างขึ้น = นักลงทุนขอผลตอบแทนเพิ่มเพื่อแลกความเสี่ยง = เริ่มไม่มั่นใจ |
| ความตึงเครียดทางการเงิน | ดัชนี STLFSI ของธนาคารกลางสหรัฐ (รวมตัวชี้วัดตลาดเงิน 18 ตัว · 0 = ปกติ) | ภาพรวมระบบการเงินทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ตลาดหุ้น |
วิธีคิดคะแนน: แต่ละตัวเทียบกับ "ปกติของมันเอง" ในช่วงประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา (สูงหรือต่ำกว่าปกติกี่เท่าของความผันผวนตามธรรมชาติ) แล้วแปลงเป็นคะแนน 0–100 · ยิ่งตึงเครียดกว่าปกติ คะแนนยิ่งเข้าใกล้ 0 (กลัว) · ยิ่งสบายกว่าปกติ ยิ่งเข้าใกล้ 100 (โลภ) · คะแนนรวม = ค่าเฉลี่ย 3 ตัว
ช่วงคะแนน: 0–24 กลัวมาก · 25–44 เริ่มกลัว · 45–55 สมดุล · 56–75 เริ่มโลภอ่อน ๆ · 76–100 โลภมาก
ทำไมไม่ใช้ราคาหุ้นในสูตร: ข้อมูลดัชนีหุ้นต้องขออนุญาตก่อนใช้บนเว็บ ผมจึงเลือกตัวชี้วัดของธนาคารกลางที่เปิดให้ใช้ได้และตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกตัว
เกณฑ์ป้ายสถานะ 5 สัญญาณ — ตั้งจากช่วงค่าที่เคยเกิดขึ้นจริงในอดีต ไม่ใช่สัญญาณซื้อหรือขาย
| สัญญาณ | ป้าย | เหตุผล |
|---|---|---|
| US 10Y Real Yield | < 0.5% ต่ำ · 0.5–2% ปานกลาง · > 2% สูง | ช่วงปี 2555–2564 ดอกเบี้ยจริงส่วนใหญ่อยู่ใกล้ 0 หรือติดลบ · เกิน 2% คือระดับที่ไม่เห็นมานานเกือบ 20 ปี และมักกดดันทองกับหุ้นเติบโต |
| US 10Y Bond Yield | < 3% ต่ำ · 3–4.5% ปานกลาง · > 4.5% สูง | หลังวิกฤตปี 2551 ส่วนใหญ่อยู่ต่ำกว่า 3% · เกิน 4.5% คือระดับที่ต้นทุนกู้ยืมเริ่มกดดันมูลค่าสินทรัพย์ชัดเจน |
| Yield Curve 10Y−2Y | < 0 กลับหัว · 0–0.5 แบน · > 0.5 ปกติ | ในอดีต เส้นโค้งกลับหัว (ติดลบ) มักเกิดก่อนเศรษฐกิจสหรัฐชะลอหรือถดถอย |
| VIX | < 15 สงบมาก · 15–20 สงบ · 20–30 กังวล · ≥ 30 ตื่นกลัว | ตั้งแต่ปี 2533 ค่าเฉลี่ยราว 19.5 · ประมาณ 1 ใน 3 ของวันอยู่ต่ำกว่า 15 · วันที่เกิน 30 มีไม่ถึง 1 ใน 10 และมักเป็นช่วงวิกฤต |
| ดัชนีดอลลาร์ (Fed) | < 115 อ่อน · 115–125 ทรงตัว · > 125 แข็ง | ช่วงปี 2565–2569 ดัชนีเคลื่อนไหวราว 115–130 · เกิน 125 คือช่วงดอลลาร์แข็งมาก ซึ่งมักเป็นช่วงที่เงินไหลเข้าหาความปลอดภัย |
ทุกตัวอัปเดตอัตโนมัติจากแหล่งข้อมูลทางการ (ดู "ที่มาข้อมูล" ท้ายหน้า) · เกณฑ์เหล่านี้ใช้เพื่อการเรียนรู้ ผมจะทบทวนทุกปีเพื่อให้ยังสะท้อนสภาพตลาดจริง
3 เรื่องที่มืออาชีพดูต่อจากตัวเลขข้างบน · ตัวเลขอัปเดตเองทุกวัน
เอาดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐแต่ละอายุมาลากเส้นต่อกัน จะได้ "เส้นโค้งดอกเบี้ย" · ปกติเส้นจะลาดขึ้น เพราะให้กู้นานกว่า ความไม่แน่นอนมากกว่า ผู้ให้กู้จึงขอดอกเบี้ยสูงกว่า
ดูทั้งเส้นพร้อมกัน = เห็นว่าตลาดคิดยังไงกับระยะสั้น กลาง ยาว ในภาพเดียว
* ถึง พ.ค. 2569 ยังไม่เกิดเศรษฐกิจถดถอยตามนิยามทางการ · ที่มา: FRED / NBER
เมื่อดอกเบี้ย 2 ปี สูงกว่า 10 ปี เรียกว่าเส้นโค้ง "กลับหัว" · แปลว่าตลาดคาดว่าข้างหน้าเศรษฐกิจจะแย่จน Fed ต้องลดดอกเบี้ย · ส่วนธนาคารที่ยืมเงินระยะสั้นมาปล่อยกู้ระยะยาวได้ส่วนต่างน้อยลง จึงปล่อยกู้ระวังขึ้น เงินในระบบก็หมุนช้าลง
ตั้งแต่ปี 2521 สหรัฐเกิดเส้นโค้งกลับหัว 6 รอบ ตามด้วยเศรษฐกิจถดถอยทุกรอบ ห่างกันเฉลี่ยราว 14 เดือน · แต่รอบปี 2565 ที่กลับหัวลึกที่สุดในรอบกว่า 40 ปี กลับยังไม่เกิดตามมา
ใช้เป็น "ไฟเหลือง" ให้ทบทวนว่าพอร์ตรับความผันผวนได้จริงไหม — สัญญาณเตือน ไม่ใช่คำทำนาย และไม่ใช่เหตุผลให้ขายทุกอย่าง เพราะจังหวะเวลาไม่เคยแน่นอน
ดอกเบี้ย 5% ฟังดูสูง แต่ถ้าเงินเฟ้อกินไปปีละ 3% ที่เหลือจริง ๆ คือ 2% · มืออาชีพจึงดู "ดอกเบี้ยจริง" (Real Yield) คู่กันเสมอ — วัดจากพันธบัตรสหรัฐที่ปรับตามเงินเฟ้อ (TIPS)
ทองไม่จ่ายดอกเบี้ย · ปกติเวลาดอกเบี้ยจริงสูง การถือทองแทนพันธบัตรมี "ต้นทุนเสียโอกาส" สูง ทั้งสองจึงมักสวนทางกัน · แต่ช่วงปี 2565–2568 ทองขึ้นแรงทั้งที่ดอกเบี้ยจริงสูง เพราะธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองเข้าทุนสำรองหนักมาก
ไม่มีตัวชี้วัดไหนใช้ได้ตลอด — ใช้ดอกเบี้ยจริงเป็น แผนที่ ไม่ใช่คำทำนาย
ทำไมต้องจัดพอร์ตอย่างมีระบบ
ผลตอบแทนจริงย้อนหลัง 10 ปี (2559–2568) ของ 9 กลุ่มสินทรัพย์ เรียงจากดีสุดไปแย่สุดในแต่ละปี — ผู้ชนะเปลี่ยนหน้าแทบทุกปี
| อันดับ | 25592016 | 25602017 | 25612018 | 25622019 | 25632020 | 25642021 | 25652022 | 25662023 | 25672024 | 25682025 | เฉลี่ยต่อปี10 ปี | ความผันผวนแกว่งมาก → น้อย |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | หุ้นไทย+26.6% | หุ้นตลาดเกิดใหม่+37.3% | เงินสด+2.0% | หุ้นสหรัฐ+31.5% | ทองคำ+24.6% | อสังหาฯ (REITs)+41.3% | สินค้าโภคภัณฑ์+16.1% | หุ้นสหรัฐ+26.3% | ทองคำ+27.2% | ทองคำ+65.0% | ทองคำ+15.1% | ทองคำ20.1 |
| 2 | หุ้นสหรัฐ+12.0% | หุ้นไทย+34.5% | ตราสารหนี้+0.0% | อสังหาฯ (REITs)+28.7% | หุ้นสหรัฐ+18.4% | หุ้นสหรัฐ+28.7% | หุ้นไทย+5.0% | หุ้นยุโรป-ญี่ปุ่น+18.2% | หุ้นสหรัฐ+25.0% | หุ้นตลาดเกิดใหม่+33.6% | หุ้นสหรัฐ+14.8% | หุ้นตลาดเกิดใหม่18.6 |
| 3 | สินค้าโภคภัณฑ์+11.8% | หุ้นยุโรป-ญี่ปุ่น+25.0% | ทองคำ−1.6% | หุ้นยุโรป-ญี่ปุ่น+22.0% | หุ้นตลาดเกิดใหม่+18.3% | สินค้าโภคภัณฑ์+27.1% | เงินสด+1.5% | ทองคำ+13.1% | ★ พอร์ตกระจาย+15.0% | หุ้นยุโรป-ญี่ปุ่น+31.2% | ★ พอร์ตกระจาย+10.3% | อสังหาฯ (REITs)18.2 |
| 4 | หุ้นตลาดเกิดใหม่+11.2% | หุ้นสหรัฐ+21.8% | อสังหาฯ (REITs)−4.0% | ★ พอร์ตกระจาย+19.0% | ★ พอร์ตกระจาย+11.4% | ★ พอร์ตกระจาย+12.9% | ทองคำ−0.3% | ★ พอร์ตกระจาย+12.2% | หุ้นตลาดเกิดใหม่+7.5% | ★ พอร์ตกระจาย+24.8% | หุ้นตลาดเกิดใหม่+8.4% | หุ้นสหรัฐ15.7 |
| 5 | ★ พอร์ตกระจาย+9.2% | ★ พอร์ตกระจาย+15.0% | หุ้นสหรัฐ−4.4% | ทองคำ+18.8% | หุ้นยุโรป-ญี่ปุ่น+7.8% | หุ้นยุโรป-ญี่ปุ่น+11.3% | ★ พอร์ตกระจาย−7.8% | อสังหาฯ (REITs)+11.4% | สินค้าโภคภัณฑ์+5.4% | หุ้นสหรัฐ+17.9% | หุ้นยุโรป-ญี่ปุ่น+8.2% | หุ้นยุโรป-ญี่ปุ่น15.5 |
| 6 | ทองคำ+8.7% | ทองคำ+13.1% | ★ พอร์ตกระจาย−4.5% | หุ้นตลาดเกิดใหม่+18.4% | ตราสารหนี้+7.5% | เงินสด+0.1% | ตราสารหนี้−13.0% | หุ้นตลาดเกิดใหม่+9.8% | เงินสด+5.2% | สินค้าโภคภัณฑ์+15.8% | อสังหาฯ (REITs)+5.8% | หุ้นไทย15.1 |
| 7 | อสังหาฯ (REITs)+8.6% | อสังหาฯ (REITs)+8.7% | หุ้นไทย−5.5% | หุ้นไทย+9.5% | เงินสด+0.4% | หุ้นไทย−1.4% | หุ้นยุโรป-ญี่ปุ่น−14.5% | ตราสารหนี้+5.5% | อสังหาฯ (REITs)+4.9% | ตราสารหนี้+7.3% | สินค้าโภคภัณฑ์+5.7% | สินค้าโภคภัณฑ์11.9 |
| 8 | ตราสารหนี้+2.7% | ตราสารหนี้+3.5% | สินค้าโภคภัณฑ์−11.3% | ตราสารหนี้+8.7% | สินค้าโภคภัณฑ์−3.1% | ตราสารหนี้−1.5% | หุ้นสหรัฐ−18.1% | เงินสด+5.0% | หุ้นยุโรป-ญี่ปุ่น+3.8% | หุ้นไทย+6.8% | หุ้นไทย+4.5% | ★ พอร์ตกระจาย9.9 |
| 9 | หุ้นยุโรป-ญี่ปุ่น+1.0% | สินค้าโภคภัณฑ์+1.7% | หุ้นยุโรป-ญี่ปุ่น−13.8% | สินค้าโภคภัณฑ์+7.7% | อสังหาฯ (REITs)−5.1% | หุ้นตลาดเกิดใหม่−2.5% | หุ้นตลาดเกิดใหม่−20.1% | สินค้าโภคภัณฑ์−7.9% | หุ้นไทย+1.3% | เงินสด+4.2% | เงินสด+2.2% | ตราสารหนี้6.3 |
| 10 | เงินสด+0.3% | เงินสด+0.9% | หุ้นตลาดเกิดใหม่−14.6% | เงินสด+2.1% | หุ้นไทย−11.7% | ทองคำ−3.6% | อสังหาฯ (REITs)−25.0% | หุ้นไทย−10.5% | ตราสารหนี้+1.3% | อสังหาฯ (REITs)+2.3% | ตราสารหนี้+2.0% | เงินสด2.0 |
| รายการในตาราง | ใช้ตัวแทนอะไร | แหล่งข้อมูล |
|---|---|---|
| หุ้นสหรัฐ | S&P 500 Total Return (รวมเงินปันผล) | S&P Dow Jones Indices / slickcharts |
| หุ้นยุโรป-ญี่ปุ่น | MSCI EAFE (Net, USD) — ตลาดพัฒนาแล้วนอกสหรัฐ | MSCI index factsheet |
| หุ้นตลาดเกิดใหม่ | MSCI Emerging Markets (Net, USD) — เช่น จีน อินเดีย ไต้หวัน เกาหลี | MSCI index factsheet |
| หุ้นไทย | MSCI Thailand (Net, USD) | MSCI index factsheet |
| อสังหาฯ (REITs) | FTSE Nareit All Equity REITs (Total Return) | Nareit |
| ทองคำ | ราคาทองคำ spot (USD/ออนซ์) ปลายปีเทียบปลายปี — ผลตอบแทนราคา | LBMA / World Gold Council / ข้อมูลราคา spot สาธารณะ |
| สินค้าโภคภัณฑ์ | Bloomberg Commodity Index Total Return (พลังงาน โลหะ เกษตร) | Bloomberg BCOM factsheet |
| ตราสารหนี้ | Bloomberg US Aggregate Bond Index (Total Return) | Bloomberg Indices |
| เงินสด | ตั๋วเงินคลังสหรัฐ 3 เดือน — 2564–2568: ICE BofA 3M T-bill · 2559–2563: คำนวณจากอัตรา TB3MS รายเดือน | ICE / FRED |
| ★ พอร์ตกระจาย | คำนวณเอง จากส่วนผสม: หุ้นสหรัฐ 30% + หุ้นยุโรป-ญี่ปุ่น 5% + หุ้นตลาดเกิดใหม่ 5% + หุ้นไทย 5% + อสังหาฯ (REITs) 5% + ทองคำ 20% + สินค้าโภคภัณฑ์ 10% + ตราสารหนี้ 10% + เงินสด 10% (ปรับสมดุลปีละครั้ง) | คำนวณจากตัวเลขสินทรัพย์ในตาราง |
ตัวเลข 10 ปีข้างบนบอกเราชัด ๆ — ผู้ชนะเปลี่ยนหน้าแทบทุกปี
เป็นเกมที่ยากมาก แม้แต่มืออาชีพก็เดาผิดบ่อย
ด้วยกรอบที่มีหลักการ ไม่ใช่ตามอารมณ์หรือข่าว
ความเสี่ยงลดได้ด้วยการกระจาย ไม่ใช่การเดาถูก
สัดส่วนสินทรัพย์กำหนดผลลัพธ์มากกว่าการเลือกตัวเดียว
ปรับด้วยกรอบมีหลักการ ไม่ใช่ตามอารมณ์หรือข่าว
อยู่ให้ยาว โดยความผันผวนไม่เขี่ยเราออกจากเกม
ขอบอกตรงๆ ครับ — หน้านี้คือภาพรวมเพื่อเรียนรู้ ไม่ใช่สัญญาณซื้อขาย
ตัวเลขและคำอธิบายในหน้านี้ช่วยให้อ่านตลาดเป็น แต่ยังไม่ได้บอก 4 เรื่องนี้
ใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการทำความเข้าใจตลาดได้เลยครับ แต่ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนรายบุคคล — การจัดพอร์ตจริงต้องดูเป้าหมายและภาพรวมของคุณประกอบกัน
— จารย์โจ
ต่อยอดจากตารางข้างบน ด้วยหนังสือ "จัดพอร์ตการลงทุน" ในห้องสมุด เล่มพรีเมียม หรือกลับไปเริ่มเครื่องมือข้อ 1
เรียนรู้: จัดพอร์ตการลงทุน → เริ่มเครื่องมือข้อ 1 →บริการวางแผนการลงทุน โดย Zero to Sixty
วางพอร์ตตามเป้าหมายของคุณ · ทบทวนและเตือนปรับพอร์ตต่อเนื่อง · ไม่มีค่าบริการเพิ่มเติม · ไม่มีข้อผูกมัด
ดูแลโดยผู้แนะนำการลงทุน (IP) · ใบอนุญาต ก.ล.ต. เลขที่ 110957ตรวจสอบได้ที่เว็บ ก.ล.ต. ↗การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ