5เข้าใจตลาด

Dashboard ตลาดโลก

วันนี้ตลาดโลกเปลี่ยนอะไร และตัวเลขที่เห็นแปลว่าอะไร — สรุปให้อ่านง่ายในหน้าเดียว

อัปเดตทุกวันทำการเข้าใจง่ายไม่ต้องสมัคร
ภาพประกอบ: ดูกราฟและข่าวตลาดโลกบนหน้าจอ
ข้อมูลล่าสุด — โลภ–กลัว— VIX— US 10Y— Real Yield— ดอลลาร์ (Fed)—

อัปเดตอัตโนมัติ · ราคาตลาดจาก TradingView · ตัวชี้วัดจากธนาคารกลางสหรัฐ (FRED) · คัดตัวชี้วัดโดยจารย์โจ IP, AFPT™

FEAR & GREED · สูตร Finance Story

มิเตอร์ความโลภ–ความกลัว

วัด "อารมณ์ของเงิน" จากตัวเลขจริง 3 ตัว · ระบบคำนวณใหม่อัตโนมัติทุกวัน

0255075100 กลัวมากกลัวสมดุลโลภโลภมาก 0 / 100
—
01 · MARKETS

ตลาดโลกวันนี้

7 ตัวหลักที่กระทบเงินเรา · กดการ์ดเพื่อดูกราฟใหญ่

USS&P 500

ตัวแทนหุ้นโลก — กองทุนส่วนใหญ่อิงตัวนี้

USNasdaq 100

หุ้นเทคโนโลยี — มักขึ้นลงแรงกว่าตลาดรวม

JPNikkei 225

เอเชียเปิดก่อนใคร — ชี้อารมณ์ตลาดช่วงเช้า

EUEuro Stoxx 50

มุมยุโรป — ครบภาพเศรษฐกิจโลก

XAUทองคำ (spot)

หลุมหลบภัยยอดฮิตของคนไทย

WTIน้ำมัน WTI

พลังงาน → เงินเฟ้อ → ค่าครองชีพเรา

THUSD/THB

บาทแข็ง-อ่อน กระทบมูลค่ากองทุนต่างประเทศในรูปเงินบาท

อ่านยังไง

ราคาและกราฟเล็กมาจาก TradingView (ดัชนีบางตัวเป็นราคาอ้างอิงแบบ CFD ใกล้เคียงดัชนีจริง) · กดการ์ดเพื่อดูกราฟใหญ่ เลือกแท่งเทียนหรือเส้นได้

02 · SIGNALS

สัญญาณสุขภาพตลาด

5 ตัวชี้ที่มืออาชีพดู

เกณฑ์และวิธีคำนวณ — มิเตอร์และป้ายสถานะมาจากไหน (กดดู)

มิเตอร์ความโลภ–ความกลัว (สูตร Finance Story) — ผมไม่ได้ใช้ความรู้สึก แต่ใช้ตัวเลขจริง 3 ตัวที่สะท้อน "อารมณ์ของเงิน" แล้วเฉลี่ยเท่ากัน

ตัววัดดูอะไรทำไมใช้ตัวนี้
ความผันผวนVIX วันนี้ เทียบค่าเฉลี่ย 50 วันVIX พุ่งเร็วกว่าปกติ = คนรีบซื้อประกันความเสี่ยง = กำลังกลัว
ความกังวลหุ้นกู้ส่วนต่างดอกเบี้ยหุ้นกู้เกรด Baa กับพันธบัตรรัฐบาล 10 ปี เทียบค่าเฉลี่ย 1 ปีส่วนต่างกว้างขึ้น = นักลงทุนขอผลตอบแทนเพิ่มเพื่อแลกความเสี่ยง = เริ่มไม่มั่นใจ
ความตึงเครียดทางการเงินดัชนี STLFSI ของธนาคารกลางสหรัฐ (รวมตัวชี้วัดตลาดเงิน 18 ตัว · 0 = ปกติ)ภาพรวมระบบการเงินทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ตลาดหุ้น

วิธีคิดคะแนน: แต่ละตัวเทียบกับ "ปกติของมันเอง" ในช่วงประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา (สูงหรือต่ำกว่าปกติกี่เท่าของความผันผวนตามธรรมชาติ) แล้วแปลงเป็นคะแนน 0–100 · ยิ่งตึงเครียดกว่าปกติ คะแนนยิ่งเข้าใกล้ 0 (กลัว) · ยิ่งสบายกว่าปกติ ยิ่งเข้าใกล้ 100 (โลภ) · คะแนนรวม = ค่าเฉลี่ย 3 ตัว
ช่วงคะแนน: 0–24 กลัวมาก · 25–44 เริ่มกลัว · 45–55 สมดุล · 56–75 เริ่มโลภอ่อน ๆ · 76–100 โลภมาก
ทำไมไม่ใช้ราคาหุ้นในสูตร: ข้อมูลดัชนีหุ้นต้องขออนุญาตก่อนใช้บนเว็บ ผมจึงเลือกตัวชี้วัดของธนาคารกลางที่เปิดให้ใช้ได้และตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกตัว

เกณฑ์ป้ายสถานะ 5 สัญญาณ — ตั้งจากช่วงค่าที่เคยเกิดขึ้นจริงในอดีต ไม่ใช่สัญญาณซื้อหรือขาย

สัญญาณป้ายเหตุผล
US 10Y Real Yield< 0.5% ต่ำ · 0.5–2% ปานกลาง · > 2% สูงช่วงปี 2555–2564 ดอกเบี้ยจริงส่วนใหญ่อยู่ใกล้ 0 หรือติดลบ · เกิน 2% คือระดับที่ไม่เห็นมานานเกือบ 20 ปี และมักกดดันทองกับหุ้นเติบโต
US 10Y Bond Yield< 3% ต่ำ · 3–4.5% ปานกลาง · > 4.5% สูงหลังวิกฤตปี 2551 ส่วนใหญ่อยู่ต่ำกว่า 3% · เกิน 4.5% คือระดับที่ต้นทุนกู้ยืมเริ่มกดดันมูลค่าสินทรัพย์ชัดเจน
Yield Curve 10Y−2Y< 0 กลับหัว · 0–0.5 แบน · > 0.5 ปกติในอดีต เส้นโค้งกลับหัว (ติดลบ) มักเกิดก่อนเศรษฐกิจสหรัฐชะลอหรือถดถอย
VIX< 15 สงบมาก · 15–20 สงบ · 20–30 กังวล · ≥ 30 ตื่นกลัวตั้งแต่ปี 2533 ค่าเฉลี่ยราว 19.5 · ประมาณ 1 ใน 3 ของวันอยู่ต่ำกว่า 15 · วันที่เกิน 30 มีไม่ถึง 1 ใน 10 และมักเป็นช่วงวิกฤต
ดัชนีดอลลาร์ (Fed)< 115 อ่อน · 115–125 ทรงตัว · > 125 แข็งช่วงปี 2565–2569 ดัชนีเคลื่อนไหวราว 115–130 · เกิน 125 คือช่วงดอลลาร์แข็งมาก ซึ่งมักเป็นช่วงที่เงินไหลเข้าหาความปลอดภัย

ทุกตัวอัปเดตอัตโนมัติจากแหล่งข้อมูลทางการ (ดู "ที่มาข้อมูล" ท้ายหน้า) · เกณฑ์เหล่านี้ใช้เพื่อการเรียนรู้ ผมจะทบทวนทุกปีเพื่อให้ยังสะท้อนสภาพตลาดจริง

03 · DEEPER

อ่านตลาดให้ลึกขึ้น

3 เรื่องที่มืออาชีพดูต่อจากตัวเลขข้างบน · ตัวเลขอัปเดตเองทุกวัน

① เส้นโค้งดอกเบี้ย

2 ปี · 10 ปี · 30 ปี — ใครดูตัวไหน

อ่านต่อ 1 นาที

เอาดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐแต่ละอายุมาลากเส้นต่อกัน จะได้ "เส้นโค้งดอกเบี้ย" · ปกติเส้นจะลาดขึ้น เพราะให้กู้นานกว่า ความไม่แน่นอนมากกว่า ผู้ให้กู้จึงขอดอกเบี้ยสูงกว่า

  • 2 ปี — ขยับตามสิ่งที่ตลาดคาดว่า Fed จะทำในปีสองปีข้างหน้า · อยากรู้ว่าตลาดคิดว่า Fed จะขึ้นหรือลดดอกเบี้ย ดูตัวนี้
  • 10 ปี — ฐานของดอกเบี้ยกู้บ้านในสหรัฐ หุ้นกู้ และใช้คิดมูลค่าหุ้นทั่วโลก · ตัวนี้ขยับแรง สินทรัพย์แทบทุกอย่างรู้สึก
  • 30 ปี — กองทุนบำนาญและบริษัทประกันใช้จับคู่กับภาระที่ต้องจ่ายระยะยาว · สะท้อนความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและหนี้รัฐบาลในระยะยาว

ดูทั้งเส้นพร้อมกัน = เห็นว่าตลาดคิดยังไงกับระยะสั้น กลาง ยาว ในภาพเดียว

② เมื่อเส้นโค้งกลับหัว

ทำไมคนกลัว recession

——ดอกเบี้ย 10 ปี − 2 ปี วันนี้

* ถึง พ.ค. 2569 ยังไม่เกิดเศรษฐกิจถดถอยตามนิยามทางการ · ที่มา: FRED / NBER

อ่านต่อ 1 นาที

เมื่อดอกเบี้ย 2 ปี สูงกว่า 10 ปี เรียกว่าเส้นโค้ง "กลับหัว" · แปลว่าตลาดคาดว่าข้างหน้าเศรษฐกิจจะแย่จน Fed ต้องลดดอกเบี้ย · ส่วนธนาคารที่ยืมเงินระยะสั้นมาปล่อยกู้ระยะยาวได้ส่วนต่างน้อยลง จึงปล่อยกู้ระวังขึ้น เงินในระบบก็หมุนช้าลง

ตั้งแต่ปี 2521 สหรัฐเกิดเส้นโค้งกลับหัว 6 รอบ ตามด้วยเศรษฐกิจถดถอยทุกรอบ ห่างกันเฉลี่ยราว 14 เดือน · แต่รอบปี 2565 ที่กลับหัวลึกที่สุดในรอบกว่า 40 ปี กลับยังไม่เกิดตามมา

ใช้เป็น "ไฟเหลือง" ให้ทบทวนว่าพอร์ตรับความผันผวนได้จริงไหม — สัญญาณเตือน ไม่ใช่คำทำนาย และไม่ใช่เหตุผลให้ขายทุกอย่าง เพราะจังหวะเวลาไม่เคยแน่นอน

③ ดอกเบี้ยที่เห็น vs ดอกเบี้ยจริง

อย่าดูแค่ตัวเลขบนหน้าจอ

อ่านต่อ 1 นาที

ดอกเบี้ย 5% ฟังดูสูง แต่ถ้าเงินเฟ้อกินไปปีละ 3% ที่เหลือจริง ๆ คือ 2% · มืออาชีพจึงดู "ดอกเบี้ยจริง" (Real Yield) คู่กันเสมอ — วัดจากพันธบัตรสหรัฐที่ปรับตามเงินเฟ้อ (TIPS)

ทองไม่จ่ายดอกเบี้ย · ปกติเวลาดอกเบี้ยจริงสูง การถือทองแทนพันธบัตรมี "ต้นทุนเสียโอกาส" สูง ทั้งสองจึงมักสวนทางกัน · แต่ช่วงปี 2565–2568 ทองขึ้นแรงทั้งที่ดอกเบี้ยจริงสูง เพราะธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองเข้าทุนสำรองหนักมาก

ไม่มีตัวชี้วัดไหนใช้ได้ตลอด — ใช้ดอกเบี้ยจริงเป็น แผนที่ ไม่ใช่คำทำนาย

เล่าให้ฟัง · ตามดูคลิป

ตัวเลขอัปเดตเองทุกวัน — ส่วนเรื่องเล่า ตามดูได้ที่ช่องของผมครับ

อยากรู้ว่าตัวเลขพวกนี้แปลว่าอะไรกับเงินของเรา จารย์โจสรุปเป็นคลิปสั้น ๆ ไว้ให้ในช่องทางเหล่านี้

จารย์โจ รุจิระ อัคราพิริยพงศ์
04 · LESSON

บทเรียนจากตัวเลขพวกนี้

ทำไมต้องจัดพอร์ตอย่างมีระบบ

ผลตอบแทนจริงย้อนหลัง 10 ปี (2559–2568) ของ 9 กลุ่มสินทรัพย์ เรียงจากดีสุดไปแย่สุดในแต่ละปี — ผู้ชนะเปลี่ยนหน้าแทบทุกปี

แตะเพื่อไล่ดูทีละสินทรัพย์:
← ปัดดูปีอื่น →
อันดับ25592016256020172561201825622019256320202564202125652022256620232567202425682025เฉลี่ยต่อปี10 ปีความผันผวนแกว่งมาก → น้อย
1หุ้นไทย+26.6%หุ้นตลาดเกิดใหม่+37.3%เงินสด+2.0%หุ้นสหรัฐ+31.5%ทองคำ+24.6%อสังหาฯ (REITs)+41.3%สินค้าโภคภัณฑ์+16.1%หุ้นสหรัฐ+26.3%ทองคำ+27.2%ทองคำ+65.0%ทองคำ+15.1%ทองคำ20.1
2หุ้นสหรัฐ+12.0%หุ้นไทย+34.5%ตราสารหนี้+0.0%อสังหาฯ (REITs)+28.7%หุ้นสหรัฐ+18.4%หุ้นสหรัฐ+28.7%หุ้นไทย+5.0%หุ้นยุโรป-ญี่ปุ่น+18.2%หุ้นสหรัฐ+25.0%หุ้นตลาดเกิดใหม่+33.6%หุ้นสหรัฐ+14.8%หุ้นตลาดเกิดใหม่18.6
3สินค้าโภคภัณฑ์+11.8%หุ้นยุโรป-ญี่ปุ่น+25.0%ทองคำ−1.6%หุ้นยุโรป-ญี่ปุ่น+22.0%หุ้นตลาดเกิดใหม่+18.3%สินค้าโภคภัณฑ์+27.1%เงินสด+1.5%ทองคำ+13.1%★ พอร์ตกระจาย+15.0%หุ้นยุโรป-ญี่ปุ่น+31.2%★ พอร์ตกระจาย+10.3%อสังหาฯ (REITs)18.2
4หุ้นตลาดเกิดใหม่+11.2%หุ้นสหรัฐ+21.8%อสังหาฯ (REITs)−4.0%★ พอร์ตกระจาย+19.0%★ พอร์ตกระจาย+11.4%★ พอร์ตกระจาย+12.9%ทองคำ−0.3%★ พอร์ตกระจาย+12.2%หุ้นตลาดเกิดใหม่+7.5%★ พอร์ตกระจาย+24.8%หุ้นตลาดเกิดใหม่+8.4%หุ้นสหรัฐ15.7
5★ พอร์ตกระจาย+9.2%★ พอร์ตกระจาย+15.0%หุ้นสหรัฐ−4.4%ทองคำ+18.8%หุ้นยุโรป-ญี่ปุ่น+7.8%หุ้นยุโรป-ญี่ปุ่น+11.3%★ พอร์ตกระจาย−7.8%อสังหาฯ (REITs)+11.4%สินค้าโภคภัณฑ์+5.4%หุ้นสหรัฐ+17.9%หุ้นยุโรป-ญี่ปุ่น+8.2%หุ้นยุโรป-ญี่ปุ่น15.5
6ทองคำ+8.7%ทองคำ+13.1%★ พอร์ตกระจาย−4.5%หุ้นตลาดเกิดใหม่+18.4%ตราสารหนี้+7.5%เงินสด+0.1%ตราสารหนี้−13.0%หุ้นตลาดเกิดใหม่+9.8%เงินสด+5.2%สินค้าโภคภัณฑ์+15.8%อสังหาฯ (REITs)+5.8%หุ้นไทย15.1
7อสังหาฯ (REITs)+8.6%อสังหาฯ (REITs)+8.7%หุ้นไทย−5.5%หุ้นไทย+9.5%เงินสด+0.4%หุ้นไทย−1.4%หุ้นยุโรป-ญี่ปุ่น−14.5%ตราสารหนี้+5.5%อสังหาฯ (REITs)+4.9%ตราสารหนี้+7.3%สินค้าโภคภัณฑ์+5.7%สินค้าโภคภัณฑ์11.9
8ตราสารหนี้+2.7%ตราสารหนี้+3.5%สินค้าโภคภัณฑ์−11.3%ตราสารหนี้+8.7%สินค้าโภคภัณฑ์−3.1%ตราสารหนี้−1.5%หุ้นสหรัฐ−18.1%เงินสด+5.0%หุ้นยุโรป-ญี่ปุ่น+3.8%หุ้นไทย+6.8%หุ้นไทย+4.5%★ พอร์ตกระจาย9.9
9หุ้นยุโรป-ญี่ปุ่น+1.0%สินค้าโภคภัณฑ์+1.7%หุ้นยุโรป-ญี่ปุ่น−13.8%สินค้าโภคภัณฑ์+7.7%อสังหาฯ (REITs)−5.1%หุ้นตลาดเกิดใหม่−2.5%หุ้นตลาดเกิดใหม่−20.1%สินค้าโภคภัณฑ์−7.9%หุ้นไทย+1.3%เงินสด+4.2%เงินสด+2.2%ตราสารหนี้6.3
10เงินสด+0.3%เงินสด+0.9%หุ้นตลาดเกิดใหม่−14.6%เงินสด+2.1%หุ้นไทย−11.7%ทองคำ−3.6%อสังหาฯ (REITs)−25.0%หุ้นไทย−10.5%ตราสารหนี้+1.3%อสังหาฯ (REITs)+2.3%ตราสารหนี้+2.0%เงินสด2.0
★ สังเกตช่องสีเขียว "พอร์ตกระจาย" ให้ดี
10 ปีที่ผ่านมา พอร์ตกระจายไม่เคยได้ที่ 1 — และไม่เคยได้ที่โหล่ (อันดับ 5 · 5 · 6 · 4 · 4 · 4 · 5 · 4 · 3 · 4 จาก 10) · ดูคอลัมน์ขวาสุดจะเห็นว่าได้เฉลี่ย +10.3% ต่อปี แต่แกว่งแค่ 9.9 เทียบกับหุ้นทุกกลุ่มที่แกว่ง 15–19 · ปีที่แย่ที่สุดของพอร์ตคือ −7.8% ขณะที่สินทรัพย์เดี่ยวบางตัวเคยลงถึง −25.0% — นี่คือสิ่งที่ทำให้ "อยู่ในเกมได้ยาว"
ที่มาของตัวเลข & วิธีคำนวณ (กดดู)
รายการในตารางใช้ตัวแทนอะไรแหล่งข้อมูล
หุ้นสหรัฐS&P 500 Total Return (รวมเงินปันผล)S&P Dow Jones Indices / slickcharts
หุ้นยุโรป-ญี่ปุ่นMSCI EAFE (Net, USD) — ตลาดพัฒนาแล้วนอกสหรัฐMSCI index factsheet
หุ้นตลาดเกิดใหม่MSCI Emerging Markets (Net, USD) — เช่น จีน อินเดีย ไต้หวัน เกาหลีMSCI index factsheet
หุ้นไทยMSCI Thailand (Net, USD)MSCI index factsheet
อสังหาฯ (REITs)FTSE Nareit All Equity REITs (Total Return)Nareit
ทองคำราคาทองคำ spot (USD/ออนซ์) ปลายปีเทียบปลายปี — ผลตอบแทนราคาLBMA / World Gold Council / ข้อมูลราคา spot สาธารณะ
สินค้าโภคภัณฑ์Bloomberg Commodity Index Total Return (พลังงาน โลหะ เกษตร)Bloomberg BCOM factsheet
ตราสารหนี้Bloomberg US Aggregate Bond Index (Total Return)Bloomberg Indices
เงินสดตั๋วเงินคลังสหรัฐ 3 เดือน — 2564–2568: ICE BofA 3M T-bill · 2559–2563: คำนวณจากอัตรา TB3MS รายเดือนICE / FRED
★ พอร์ตกระจายคำนวณเอง จากส่วนผสม: หุ้นสหรัฐ 30% + หุ้นยุโรป-ญี่ปุ่น 5% + หุ้นตลาดเกิดใหม่ 5% + หุ้นไทย 5% + อสังหาฯ (REITs) 5% + ทองคำ 20% + สินค้าโภคภัณฑ์ 10% + ตราสารหนี้ 10% + เงินสด 10% (ปรับสมดุลปีละครั้ง)คำนวณจากตัวเลขสินทรัพย์ในตาราง
วิธีได้ตัวเลข: ใช้ผลตอบแทน ปีปฏิทิน (ม.ค.–ธ.ค.) ของแต่ละดัชนี/สินทรัพย์ · ทุกตัวเป็น สกุลเงินดอลลาร์ ยังไม่แปลงเป็นเงินบาท (นักลงทุนไทยจะมีผลของค่าเงินเพิ่มอีกชั้น — รวมถึงแถว "หุ้นไทย" ที่ถ้าวัดเป็นเงินบาท ตัวเลขจะต่างจากในตารางตามการแข็ง/อ่อนของค่าบาท) · ไม่รวมค่าธรรมเนียมกองทุน ภาษี และค่าใช้จ่ายในการซื้อขาย
เฉลี่ยต่อปี = ผลตอบแทนทบต้นเฉลี่ยต่อปีตลอด 10 ปี · ความผันผวน = ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของผลตอบแทนรายปี (ตัวเลขยิ่งสูง ยิ่งขึ้นลงแรง)
⚠ ผลตอบแทนในอดีตไม่ใช่สิ่งยืนยันผลตอบแทนในอนาคต · ตารางนี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่การแนะนำสินทรัพย์หรือผลิตภัณฑ์ใด · "พอร์ตกระจาย" เป็นตัวอย่างส่วนผสมเพื่ออธิบายแนวคิด ไม่ใช่พอร์ตที่แนะนำให้ลงทุน
บทสรุป · หัวใจของการจัดพอร์ต

"ไม่มีสินทรัพย์ไหน
ชนะได้ตลอด"

ตัวเลข 10 ปีข้างบนบอกเราชัด ๆ — ผู้ชนะเปลี่ยนหน้าแทบทุกปี

✕การเดาว่าปีหน้าใครชนะ

เป็นเกมที่ยากมาก แม้แต่มืออาชีพก็เดาผิดบ่อย

✓กระจายอย่างมีระบบ แล้วหมุนน้ำหนักตามจังหวะ

ด้วยกรอบที่มีหลักการ ไม่ใช่ตามอารมณ์หรือข่าว

Fปัจจัยพื้นฐานVมูลค่าMโมเมนตัมRความเสี่ยง
  1. 1Portfolio Theory

    ความเสี่ยงลดได้ด้วยการกระจาย ไม่ใช่การเดาถูก

  2. 2Asset Allocation

    สัดส่วนสินทรัพย์กำหนดผลลัพธ์มากกว่าการเลือกตัวเดียว

  3. 3หมุนน้ำหนักตามจังหวะ

    ปรับด้วยกรอบมีหลักการ ไม่ใช่ตามอารมณ์หรือข่าว

  4. 4Stay Invested

    อยู่ให้ยาว โดยความผันผวนไม่เขี่ยเราออกจากเกม

เป้าหมาย: อยู่ในตลาดได้นาน โดยไม่ต้องทนขาดทุนหนักเกินจำเป็นเพราะคนส่วนใหญ่ที่แพ้ ไม่ได้แพ้เพราะเลือกผิด — แต่แพ้เพราะทนไม่ไหวแล้วออกกลางทาง
ที่มาข้อมูลและเงื่อนไขการใช้ (กดดู)
  • ราคาตลาดและกราฟ — TradingView (อาจล่าช้าตามเงื่อนไขผู้ให้บริการ)
  • ดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 3 เดือน–30 ปี, US 10Y, Real Yield, Yield Curve, เงินเฟ้อที่ตลาดคาด (T10YIE), ดัชนีดอลลาร์ (Nominal Broad), ส่วนต่างดอกเบี้ยหุ้นกู้ (BAA10Y), ดัชนีความตึงเครียดทางการเงิน (STLFSI4) — Federal Reserve Bank of St. Louis (FRED)
  • CBOE Volatility Index: VIX [VIXCLS], retrieved from FRED — © Chicago Board Options Exchange, Inc., reprinted with permission
  • ช่วงเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐ — National Bureau of Economic Research (NBER)
  • ดอกเบี้ยเงินฝาก — ธนาคารแห่งประเทศไทย
  • เงินเฟ้อ — สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์
This product uses the FRED® API but is not endorsed or certified by the Federal Reserve Bank of St. Louis.

กราฟราคารายวันเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่สัญญาณซื้อขาย · ผลในอดีตไม่ได้ยืนยันผลในอนาคต

ขอบอกตรงๆ ครับ — หน้านี้คือภาพรวมเพื่อเรียนรู้ ไม่ใช่สัญญาณซื้อขาย

ตัวเลขและคำอธิบายในหน้านี้ช่วยให้อ่านตลาดเป็น แต่ยังไม่ได้บอก 4 เรื่องนี้

  • ไม่ใช่สัญญาณซื้อ-ขายมิเตอร์และสัญญาณต่าง ๆ มีไว้ให้เข้าใจ ไม่ได้บอกจังหวะเข้า-ออก
  • อดีตไม่ใช่อนาคตผลตอบแทนย้อนหลังไม่ได้ยืนยันผลในปีต่อไป
  • ไม่ใช่พอร์ตของคุณพอร์ตจริงของแต่ละคนต่างกันตามเป้าหมายและความเสี่ยง
  • สกุลเงินและค่าธรรมเนียมตัวเลขเป็นดอลลาร์ ยังไม่รวมค่าเงินบาท ค่าธรรมเนียม และภาษี

ใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการทำความเข้าใจตลาดได้เลยครับ แต่ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนรายบุคคล — การจัดพอร์ตจริงต้องดูเป้าหมายและภาพรวมของคุณประกอบกัน

การ์ตูนจารย์โจ— จารย์โจ
ปกหนังสือ จัดพอร์ตการลงทุน
ขั้นต่อไป · ครบ 5 เครื่องมือแล้ว

"ไม่มีสินทรัพย์ไหนชนะได้ตลอด" — เรียนรู้การจัดพอร์ตแบบมีหลักการ

ต่อยอดจากตารางข้างบน ด้วยหนังสือ "จัดพอร์ตการลงทุน" ในห้องสมุด เล่มพรีเมียม หรือกลับไปเริ่มเครื่องมือข้อ 1

เรียนรู้: จัดพอร์ตการลงทุน → เริ่มเครื่องมือข้อ 1 →
อยากให้ช่วยวางแผนจริงจัง?

บริการวางแผนการลงทุน โดย Zero to Sixty

วางพอร์ตตามเป้าหมายของคุณ · ทบทวนและเตือนปรับพอร์ตต่อเนื่อง · ไม่มีค่าบริการเพิ่มเติม · ไม่มีข้อผูกมัด

ดูแลโดยผู้แนะนำการลงทุน (IP) · ใบอนุญาต ก.ล.ต. เลขที่ 110957ตรวจสอบได้ที่เว็บ ก.ล.ต. ↗
  • ข้อมูลทั้งหมดจัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ไม่มีการชี้นำซื้อ-ขาย · ผลตอบแทนในอดีตไม่ใช่สิ่งยืนยันผลตอบแทนในอนาคต

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ