บทที่ 4 / 10 · อ่านราว 5 นาที · เขียนโดย ผู้แนะนำการลงทุน (IP) · อัปเดต
เจาะหุ้น · เล่มฟรี

บทที่ 04
คูเมือง (moat)
ความได้เปรียบที่ลอกยาก

ทำไมบางบริษัทอยู่ยาวเป็นสิบปี บางบริษัทหายไป · คำตอบคือ ‘คูเมือง’ (moat) — ความได้เปรียบที่คู่แข่งข้ามเข้ามาแย่งได้ยาก
อ่านจบบทนี้: คุณจะดูออกว่าธุรกิจมี moat ไหม รู้จัก 5 ชนิด และดูจากตัวเลขอะไร
Track D · เจาะสินทรัพย์ · เล่มฟรี
⚡ สรุปบทนี้ใน 30 วินาที3 ข้อ
  • 1. moat = ความได้เปรียบที่ลอกยาก ทำให้ธุรกิจอยู่ยาว
  • 2. 5 ชนิด — แบรนด์ · ต้นทุนต่ำ · network effect · ต้นทุนการเปลี่ยน · สัมปทาน
  • 3. ดูจากตัวเลข — มาร์จิ้นสูง&คงที่ · ส่วนแบ่งตลาดที่รักษาได้
FINANCE STORY
คูเมือง (moat) · บทที่ 4
หัวใจของธุรกิจดี

moat คืออะไร

moat แปลตรงตัวว่า ‘คูเมือง’ · ธุรกิจที่มี moat คือปราสาทที่มีคูน้ำล้อม — คู่แข่งจะบุกเข้ามาแย่งลูกค้าได้ยาก · ยิ่ง moat ลึก ธุรกิจยิ่งรักษากำไรได้นาน

คูเมืองคูเมือง บริษัทที่มี moat แข็งแรง
moat = ‘คูเมือง’ ความได้เปรียบที่คู่แข่งข้ามเข้ามาแย่งได้ยาก
จารย์โจเปรียบให้ — moat ก็คือคูน้ำรอบปราสาท · ปราสาทสวยแค่ไหน ถ้าไม่มีคูกั้น ใครก็บุกเข้ามาแย่งได้ · ธุรกิจที่ไม่มี moat กำไรดีวันนี้ พรุ่งนี้คู่แข่งก็ลอกจนราคาชนกำแพง · มองหาคูน้ำให้เจอก่อน แล้วค่อยชื่นชมความสวยของปราสาท
เล่าการเงิน กับจารย์โจ · “อยู่กับผม อะไรๆ ก็ง่าย”22 / 63
FINANCE STORY
คูเมือง (moat) · บทที่ 4
5 ชนิด

moat มีกี่แบบ

ความได้เปรียบที่คู่แข่งลอกยากมีหลายแบบ · จำ 5 ชนิดนี้ไว้ แล้วมองหาว่าบริษัทมีข้อไหน:

แบรนด์

ลูกค้าเชื่อใจ ยอมจ่ายแพงกว่า

ต้นทุนต่ำ

ผลิต/ขายถูกกว่าคู่แข่งอย่างยั่งยืน

network effect

ยิ่งคนใช้เยอะ ยิ่งมีค่า คนใหม่ยิ่งอยากเข้า

ต้นทุนการเปลี่ยน

ย้ายไปเจ้าอื่นยุ่งยาก ลูกค้าเลยอยู่ต่อ

สัมปทาน/ใบอนุญาต

มีสิทธิ์ที่คนอื่นทำตามไม่ได้ง่ายๆ

ผมชวนสังเกตนะครับ — moat แต่ละแบบเหมือนกำแพงคนละชนิด บ้างเป็นแบรนด์ที่คนรัก บ้างเป็นต้นทุนที่ถูกกว่าใคร บ้างเป็นเครือข่ายที่ยิ่งใช้ยิ่งแน่น · รู้ว่ากำแพงของบริษัททำจากอะไร คุณจะเดาออกว่ามันจะทนลมพายุการแข่งขันได้อีกนานแค่ไหน
เล่าการเงิน กับจารย์โจ · “อยู่กับผม อะไรๆ ก็ง่าย”23 / 63
FINANCE STORY
คูเมือง (moat) · บทที่ 4
ดูจากตัวเลข

moat เห็นได้จากอะไร

moat ไม่ได้ดูจากคำโฆษณา · ดูจาก ‘ร่องรอย’ ในตัวเลข — บริษัทที่มี moat จริงมักทำ มาร์จิ้นสูงและคงที่ยาวๆ และรักษาส่วนแบ่งตลาดได้ แม้คู่แข่งพยายามเข้ามา

ร่องรอยของ moat ในตัวเลข
มาร์จิ้น (กำไร)สูงกว่าคู่แข่ง & นิ่งหลายปี
ส่วนแบ่งตลาดรักษาไว้ได้/โตขึ้น
ROEสูงต่อเนื่อง = ใช้ทุนทำกำไรเก่ง
ถ้ามาร์จิ้นถูกกดลงเรื่อยๆ = คูเมืองอาจกำลังตื้นลง
จารย์โจย้ำ — moat ที่แท้จริงจะทิ้งรอยไว้ในตัวเลข · มาร์จิ้นสูงต่อเนื่องหลายปี กำไรไม่หวั่นไหวตอนคู่แข่งบุก นั่นคือคูน้ำที่จับต้องได้ · ถ้าใครเล่าว่าบริษัทนี้แข็งแกร่ง แต่ตัวเลขไม่ยืนยัน ให้เชื่อตัวเลขไว้ก่อน เพราะตัวเลขมันโกหกยากกว่าคำพูด
อ
moat เห็นได้จากตัวเลขไหน
▸ดูมาร์จิ้นย้อนหลัง 3–5 ปี ว่าสูงและ ‘นิ่ง’ ไหม แม้มีคู่แข่งเข้ามา
▸ดู ROE สม่ำเสมอสูง = สัญญาณว่าบริษัทมีของที่ลอกเลียนยาก
เล่าการเงิน กับจารย์โจ · “อยู่กับผม อะไรๆ ก็ง่าย”24 / 63
FINANCE STORY
คูเมือง (moat) · บทที่ 4
เคสจริง

เอิร์ธหา moat

อ
เอิร์ธเทียบ 2 ร้านกาแฟร้านแบรนด์ดังคนต่อคิว vs ร้านทั่วไปแข่งด้วยราคา

เอิร์ธสังเกตว่าร้านแบรนด์ดังตั้งราคาสูงกว่าแต่คนยังต่อคิว — นั่นคือ moat แบบ ‘แบรนด์’ · ส่วนร้านทั่วไปต้องลดราคาสู้ตลอด มาร์จิ้นบางและเหนื่อย · พอดูงบ ร้านแบรนด์ดังมาร์จิ้นสูงและนิ่งกว่าชัดเจน · เอิร์ธเข้าใจเลยว่า moat แปลงเป็นตัวเลขได้จริง

จารย์โจย้ำ — ธุรกิจที่ไม่มี moat ก็เหมือนปราสาททราย · วันนี้กำไรดี พรุ่งนี้คู่แข่งลอกได้ กำไรก็หาย · เวลาเจาะหุ้น ให้ถามเสมอว่า ‘อะไรกันคู่แข่งไม่ให้มาแย่งลูกค้าเรา’ ถ้าตอบไม่ได้ ต้องระวัง
อ
ฝึกหา moat ด้วยตัวเอง
▸เลือกแบรนด์ที่คุณใช้ทุกวัน แล้วถามว่า ‘ทำไมไม่ย้ายไปเจ้าอื่น’ — คำตอบนั้นคือ moat
▸ถ้าตอบว่า ‘ย้ายก็ได้ ไม่ต่างกัน’ แปลว่าธุรกิจนั้นแทบไม่มีคูน้ำ
เล่าการเงิน กับจารย์โจ · “อยู่กับผม อะไรๆ ก็ง่าย”25 / 63
FINANCE STORY
คูเมือง (moat) · บทที่ 4
สรุปบทที่ 4

ดู moat เป็นแล้ว

ทบทวนสั้นๆ
1. moat = ความได้เปรียบที่ลอกยาก ทำให้ธุรกิจอยู่ยาว
2. 5 ชนิด — แบรนด์ · ต้นทุนต่ำ · network effect · ต้นทุนการเปลี่ยน · สัมปทาน
3. ดูจากตัวเลข — มาร์จิ้นสูง&คงที่ · ส่วนแบ่งตลาดที่รักษาได้
จำ 1 ประโยค: “ถามเสมอว่าอะไรกันคู่แข่งไม่ให้มาแย่งลูกค้า” · บทต่อไป — หุ้น 2 สไตล์: เติบโต vs คุณค่า
จารย์โจปิดบท — ดู moat เป็นแล้ว คุณจะแยกธุรกิจดีจริงออกจากที่แค่ดูดีได้ · บทหน้าเราจะรู้จัก 2 สไตล์หุ้น ที่เหมาะกับคนคนละแบบ
เล่าการเงิน กับจารย์โจ · “อยู่กับผม อะไรๆ ก็ง่าย”26 / 63
ถาม–ตอบ

คำถามที่บทนี้ตอบ

moat หุ้นคืออะไร ทำไมนักลงทุนให้ความสำคัญ?

moat แปลตรงตัวว่า 'คูเมือง' หมายถึงความได้เปรียบที่คู่แข่งข้ามเข้ามาแย่งลูกค้าได้ยาก ยิ่ง moat ลึก ธุรกิจยิ่งรักษากำไรได้นาน ธุรกิจที่ไม่มี moat กำไรดีวันนี้ พรุ่งนี้คู่แข่งก็ลอกจนราคาชนกำแพง คำถามที่ควรถามเสมอคือ 'อะไรกันคู่แข่งไม่ให้มาแย่งลูกค้า'

economic moat มีกี่แบบ แต่ละแบบต่างกันยังไง?

moat ที่ควรรู้จักมี 5 ชนิด คือ แบรนด์ (ลูกค้าเชื่อใจ ยอมจ่ายแพงกว่า) ต้นทุนต่ำ (ผลิต/ขายถูกกว่าคู่แข่งอย่างยั่งยืน) network effect (ยิ่งคนใช้เยอะยิ่งมีค่า) ต้นทุนการเปลี่ยน (ย้ายไปเจ้าอื่นยุ่งยาก) และสัมปทาน/ใบอนุญาต (มีสิทธิ์ที่คนอื่นทำตามได้ยาก) แต่ละแบบเหมือนกำแพงคนละชนิด รู้ว่ากำแพงของบริษัททำจากอะไร จะเดาได้ว่ามันทนพายุการแข่งขันได้อีกนานแค่ไหน

ดูยังไงว่าบริษัทมี moat จริง ต้องดูตัวเลขอะไรบ้าง?

moat จริงจะทิ้งร่องรอยไว้ในตัวเลข 3 จุด คือ มาร์จิ้นสูงกว่าคู่แข่งและนิ่งหลายปี ส่วนแบ่งตลาดที่รักษาไว้ได้หรือโตขึ้น และ ROE สูงต่อเนื่อง ให้ดูย้อนหลัง 3–5 ปี ถ้ามาร์จิ้นถูกกดลงเรื่อยๆ แปลว่าคูเมืองอาจกำลังตื้นลง ถ้าใครเล่าว่าบริษัทแข็งแกร่งแต่ตัวเลขไม่ยืนยัน ให้เชื่อตัวเลขไว้ก่อน เพราะตัวเลขโกหกยากกว่าคำพูด

network effect คืออะไร ทำให้ธุรกิจได้เปรียบยังไง?

network effect คือความได้เปรียบแบบที่สินค้าหรือบริการยิ่งมีคนใช้เยอะ ยิ่งมีค่ามากขึ้น และยิ่งดึงให้คนใหม่อยากเข้ามาใช้ตาม เป็น 1 ใน 5 ชนิดของ moat คู่กับแบรนด์ ต้นทุนต่ำ ต้นทุนการเปลี่ยน และสัมปทาน ลองถามกับบริการที่คุณใช้ทุกวันว่า 'ทำไมไม่ย้ายไปเจ้าอื่น' คำตอบนั้นแหละคือ moat ของมัน

📄 อยากเก็บไว้พิมพ์ทำจริง?ไฟล์ PDF ทั้งเล่มเป็นสิทธิ์ของลูกค้า Zero to Sixty (บริการวางแผนการลงทุนที่มีใบอนุญาต) · ดูรายละเอียด →

🎁 รับ worksheet ของเล่ม "เจาะลึก · หุ้น" ฟรี

ไฟล์ PDF สำหรับพิมพ์กรอกเอง · กรอกแล้วดาวน์โหลดได้ทันที และส่งลิงก์เก็บไว้ในอีเมลให้ด้วย

ตอนนี้คุณอยู่ช่วงไหน (ไม่บังคับ)
บทถัดไป · บทที่ 5 จาก 10เติบโต vs คุณค่าคุณจะแยกหุ้นเติบโตกับหุ้นคุณค่าออก · ดูจากอะไร และแบบไหนเหมาะกับคุณไปต่อบทที่ 5 →