บทที่ 2 / 10 · อ่านราว 6 นาที · เขียนโดย ผู้แนะนำการลงทุน (IP) · อัปเดต
เจาะหุ้น · เล่มฟรี

บทที่ 02
โมเดลธุรกิจ
บริษัทหาเงินจากอะไร

เข้าใจธุรกิจใน 1 หน้า — ขายอะไร ให้ใคร เก็บเงินยังไง และกำไรมาจากไหน · นี่คือหัวใจของการรู้ว่าธุรกิจ ‘ดี’ จริงไหม
อ่านจบบทนี้: คุณจะอ่านโมเดลธุรกิจของบริษัทออก และรู้ว่ารายได้แบบไหนน่าเชื่อถือกว่า
Track D · เจาะสินทรัพย์ · เล่มฟรี
⚡ สรุปบทนี้ใน 30 วินาที3 ข้อ
  • 1. อ่าน 4 ช่อง — ขายอะไร · ให้ใคร · เก็บเงินยังไง · ต้นทุนหลัก
  • 2. รายได้ประจำ > ขายครั้งเดียว เรื่องความมั่นคง
  • 3. ดูกำไรที่เหลือจริง (มาร์จิ้น) ไม่ใช่แค่รายได้
FINANCE STORY
โมเดลธุรกิจ · บทที่ 2
เข้าใจใน 1 หน้า

อ่านโมเดลธุรกิจ 4 ช่อง

ไม่ว่าบริษัทจะซับซ้อนแค่ไหน ย่อได้เป็น 4 คำถาม · ตอบครบ = เข้าใจธุรกิจแล้วครึ่งทาง

ขายอะไร

สินค้า/บริการอะไรที่สร้างรายได้หลัก

ให้ใคร

กลุ่มลูกค้าที่จ่ายเงินให้บริษัท

เก็บเงินยังไง

ขายขาด · ค่าสมาชิก · ค่าธรรมเนียม ฯลฯ

ต้นทุนหลัก

อะไรที่กินเงินบริษัทมากสุด

จารย์โจชวนคิด — โมเดลธุรกิจก็เหมือนสูตรทำมาหากินของร้าน · ร้านหน้าตาเหมือนกันสองร้าน แต่สูตรหาเงินคนละแบบ กำไรก็คนละเรื่อง · อ่านโมเดลให้ออกก่อน คุณจะเห็นเลยว่าเงินไหลเข้าบริษัททางไหน และไหลออกทางไหน — เห็นชัดแบบนี้ ค่อยคุยเรื่องราคาทีหลัง
อ
เอาไปใช้จริงยังไง
▸หยิบหุ้นที่คุณสนใจ 1 ตัว มาลองเติม 4 ช่องนี้ให้ครบด้วยคำพูดตัวเอง
▸ช่องไหนเติมไม่ได้ นั่นคือจุดที่ต้องไปหาข้อมูลเพิ่มก่อนตัดสินใจ
เล่าการเงิน กับจารย์โจ · “อยู่กับผม อะไรๆ ก็ง่าย”10 / 63
FINANCE STORY
โมเดลธุรกิจ · บทที่ 2
คุณภาพรายได้

ขายครั้งเดียว vs รายได้ประจำ

รายได้ไม่เท่ากันทุกแบบ · รายได้ประจำ หรือ recurring revenue (ค่าสมาชิก สัญญายาว ของที่ต้องซื้อซ้ำ) คาดเดาได้และมั่นคงกว่า รายได้ขายครั้งเดียว ที่ต้องลุ้นหาลูกค้าใหม่ตลอด

ขายครั้งเดียว

รายได้กระตุก · ต้องหาลูกค้าใหม่เรื่อยๆ · คาดเดายาก

รายได้ประจำ

สม่ำเสมอ · ลูกค้าจ่ายซ้ำ · ประเมินอนาคตง่ายกว่า

ไม่ได้แปลว่าธุรกิจขายครั้งเดียวไม่ดี · แต่ถ้าเจอบริษัทที่มี ‘รายได้ประจำ’ เยอะ มักได้เปรียบเรื่องความมั่นคงของกำไร

ผมบอกเลยว่า — รายได้ประจำเหมือนน้ำที่ไหลจากก๊อกเปิดค้างไว้ ส่วนรายได้ขายครั้งเดียวเหมือนต้องหิ้วถังไปตักเองทุกวัน · ทั้งคู่ได้น้ำ แต่แบบแรกนอนหลับสบายกว่าเยอะ · เจอบริษัทที่มีก๊อกเปิดค้างเยอะๆ ให้รู้ไว้ว่านั่นคือของดีที่หายาก
อ
สังเกตยังไงว่าเป็นรายได้ประจำ
▸มองหาคำว่า ‘ค่าสมาชิก · สัญญาระยะยาว · ของที่ต้องซื้อซ้ำ’ ในคำอธิบายธุรกิจ
▸ถามว่า ‘ปีหน้าลูกค้ากลับมาจ่ายอีกไหม’ — ถ้าใช่ นั่นคือรายได้คุณภาพ
เล่าการเงิน กับจารย์โจ · “อยู่กับผม อะไรๆ ก็ง่าย”11 / 63
FINANCE STORY
โมเดลธุรกิจ · บทที่ 2
เงินที่เหลือจริง

ต้นทุน & กำไร (มาร์จิ้น)

รายได้เยอะไม่ได้แปลว่ากำไรเยอะ · ต้องดูว่าหลังหักต้นทุนและค่าใช้จ่ายแล้ว ‘เหลือถึงมือผู้ถือหุ้น’ เท่าไร — นั่นคือกำไรสุทธิ

รายได้ทั้งหมด หัก ต้นทุน + ค่าใช้จ่าย กำไรสุทธิ ยิ่งกำไรเหลือมาก & สม่ำเสมอ = ธุรกิจแข็งแรง
รายได้ตั้งต้น หักต้นทุน/ค่าใช้จ่าย เหลือ ‘กำไร’ ที่ถึงมือผู้ถือหุ้นจริง
จารย์โจเปรียบให้ — รายได้คือน้ำที่เทเข้าปากขวด แต่กำไรคือน้ำที่เหลือถึงก้นขวดจริงๆ หลังรั่วซึมระหว่างทาง · บางบริษัทรายได้มหาศาลแต่รูรั่วเยอะ เหลือถึงเราแค่หยด · ดูมาร์จิ้นให้เป็น คุณจะรู้ทันทีว่าขวดใบไหนอุ้มน้ำได้จริง
อ
หาตัวเลข & ตีความ
▸หาอัตรากำไรสุทธิ (กำไรสุทธิ ÷ รายได้) แล้วเทียบกับคู่แข่ง
▸ดูว่ามาร์จิ้นทรงตัว/ดีขึ้นไหมใน 3 ปี — บอกความสามารถแข่งขัน
เล่าการเงิน กับจารย์โจ · “อยู่กับผม อะไรๆ ก็ง่าย”12 / 63
FINANCE STORY
โมเดลธุรกิจ · บทที่ 2
เคสจริง

เอิร์ธเทียบ 2 บริษัท

อ
เอิร์ธเทียบร้านอาหาร 2 แบบร้านขายขาดจานต่อจาน vs ร้านระบบสมาชิกรายเดือน

เอิร์ธพบว่าร้านแรกรายได้ขึ้นกับว่าวันนั้นคนเข้าเยอะไหม เดายาก · ส่วนร้านสมาชิกมีรายได้เข้ามาทุกเดือนสม่ำเสมอกว่า คาดการณ์ง่ายกว่า และมาร์จิ้นดีกว่าเพราะไม่ต้องจ่ายค่าการตลาดหาลูกค้าใหม่ตลอด · เอิร์ธเลยเข้าใจว่า ‘โมเดลธุรกิจ’ สำคัญกว่าที่คิด

จารย์โจเปรียบให้ — โมเดลธุรกิจก็เหมือนเครื่องยนต์ของรถ · รถสวยแค่ไหน ถ้าเครื่องไม่ดีก็ไปได้ไม่ไกล · ก่อนสนใจราคาหุ้น ดูให้ออกก่อนว่า ‘เครื่องยนต์’ ของธุรกิจมันหาเงินได้ดีและทนแค่ไหน
อ
บทเรียนจากเคสนี้
▸เทียบสองบริษัทในธุรกิจเดียวกัน แล้วดูว่าใครมีรายได้ ‘คาดเดาได้’ มากกว่า
▸มาร์จิ้นที่สูงกว่าอย่างสม่ำเสมอ มักซ่อนโมเดลธุรกิจที่แข็งแรงกว่าไว้
เล่าการเงิน กับจารย์โจ · “อยู่กับผม อะไรๆ ก็ง่าย”13 / 63
FINANCE STORY
โมเดลธุรกิจ · บทที่ 2
สรุปบทที่ 2

อ่านโมเดลธุรกิจเป็นแล้ว

ทบทวนสั้นๆ
1. อ่าน 4 ช่อง — ขายอะไร · ให้ใคร · เก็บเงินยังไง · ต้นทุนหลัก
2. รายได้ประจำ > ขายครั้งเดียว เรื่องความมั่นคง
3. ดูกำไรที่เหลือจริง (มาร์จิ้น) ไม่ใช่แค่รายได้
จำ 1 ประโยค: “เข้าใจว่าบริษัทหาเงินยังไง ก่อนสนใจว่าหุ้นราคาเท่าไร” · บทต่อไป — ข้อมูลพวกนี้หาจากไหน
จารย์โจปิดบท — อ่านโมเดลธุรกิจออกแล้ว เท่ากับเห็นเครื่องยนต์ของบริษัทแล้ว · บทหน้าเราจะไปหาว่าตัวเลขพวกนี้ดูได้จากที่ไหน และใช้เครื่องมืออะไร
เล่าการเงิน กับจารย์โจ · “อยู่กับผม อะไรๆ ก็ง่าย”14 / 63
ถาม–ตอบ

คำถามที่บทนี้ตอบ

โมเดลธุรกิจคืออะไร ดูยังไงว่าบริษัทหาเงินจากอะไร?

โมเดลธุรกิจคือสูตรทำมาหากินของบริษัท ย่อได้เป็น 4 ช่อง คือ ขายอะไร ขายให้ใคร เก็บเงินยังไง (ขายขาด ค่าสมาชิก ค่าธรรมเนียม ฯลฯ) และต้นทุนหลักคืออะไร ตอบครบ 4 ช่องเท่ากับเข้าใจธุรกิจไปแล้วครึ่งทาง ช่องไหนเติมไม่ได้ นั่นคือจุดที่ต้องไปหาข้อมูลเพิ่มก่อนตัดสินใจ

อัตรากำไรสุทธิคืออะไร คิดยังไง ทำไมสำคัญกว่ารายได้?

อัตรากำไรสุทธิคือกำไรสุทธิหารด้วยรายได้ บอกว่ารายได้ที่เข้ามาเหลือเป็นกำไรถึงมือผู้ถือหุ้นจริงเท่าไร รายได้เยอะไม่ได้แปลว่ากำไรเยอะ เพราะต้องหักต้นทุนและค่าใช้จ่ายก่อน ให้เทียบตัวเลขนี้กับคู่แข่ง และดูว่าทรงตัวหรือดีขึ้นใน 3 ปีไหม เพราะมันสะท้อนความสามารถแข่งขัน รายได้คือน้ำที่เทเข้าปากขวด กำไรคือน้ำที่เหลือถึงก้นขวดจริงๆ

รายได้ประจำกับรายได้ขายครั้งเดียว ธุรกิจแบบไหนมั่นคงกว่า?

รายได้ประจำ (recurring revenue) เช่น ค่าสมาชิก สัญญาระยะยาว หรือของที่ลูกค้าต้องซื้อซ้ำ คาดเดาได้และมั่นคงกว่ารายได้ขายครั้งเดียวที่ต้องลุ้นหาลูกค้าใหม่ตลอด ไม่ได้แปลว่าธุรกิจขายครั้งเดียวไม่ดี แต่บริษัทที่มีรายได้ประจำเยอะมักได้เปรียบเรื่องความมั่นคงของกำไร วิธีเช็กง่ายๆ คือถามว่า 'ปีหน้าลูกค้ากลับมาจ่ายอีกไหม' รายได้ประจำเหมือนก๊อกน้ำที่เปิดค้างไว้ ส่วนขายครั้งเดียวคือต้องหิ้วถังไปตักเองทุกวัน

📄 อยากเก็บไว้พิมพ์ทำจริง?ไฟล์ PDF ทั้งเล่มเป็นสิทธิ์ของลูกค้า Zero to Sixty (บริการวางแผนการลงทุนที่มีใบอนุญาต) · ดูรายละเอียด →

🎁 รับ worksheet ของเล่ม "เจาะลึก · หุ้น" ฟรี

ไฟล์ PDF สำหรับพิมพ์กรอกเอง · กรอกแล้วดาวน์โหลดได้ทันที และส่งลิงก์เก็บไว้ในอีเมลให้ด้วย

ตอนนี้คุณอยู่ช่วงไหน (ไม่บังคับ)
บทถัดไป · บทที่ 3 จาก 10หาข้อมูลบริษัท จากไหน + เครื่องมือคุณจะรู้ว่าหาตัวเลขบริษัทจากไหน ใช้เครื่องมืออะไร และอ่านหน้าสรุปหุ้นออกไปต่อบทที่ 3 →