บทที่ 1 / 6 · อ่านราว 9 นาที · เขียนโดย ผู้แนะนำการลงทุน (IP) · อัปเดต
บทที่ 01 · วางแผนเกษียณ

เกษียณคือเกม
ที่ต้อง “พึ่งตัวเอง”

ทำไม “เงินก้อนสุดท้ายของชีวิต” ถึงอยู่ในมือเราเองมากกว่าที่คิด — และทำไมนั่นคือข่าวดี
อ่านจบบทนี้: คุณจะรู้ว่าเงินเกษียณมาจากไหน และกระเป๋าไหนที่ “ทำให้ดีได้ด้วยตัวเอง”
From No How to Know How
⚡ สรุปบทนี้ใน 30 วินาที3 ข้อ
  • Public (รัฐ): เบาะเสริม พึ่งเป็นหลักไม่ได้ — และจะตึงตัวขึ้นตามสังคมสูงวัย
  • Corporate (นายจ้าง): ตัวเสริมที่ดี แต่ผูกกับงาน และมักไม่พอเดี่ยวๆ
  • Private (เราเอง): เสาหลักตัวจริง — กระเป๋าเดียวที่เราคุมได้ 100%
FINANCE STORY
วางแผนเกษียณ · บทที่ 1

เวลาพูดคำว่า “เกษียณ” หลายคนรู้สึกหนักอกทันที เหมือนมันเป็นเส้นชัยที่ไกลและน่ากลัว

แต่ผมอยากชวนคุณมองใหม่ครับ — เกษียณ ไม่ใช่ เรื่องของโชคหรือเรื่องน่ากลัว มันคือ “เกมวางแผน” ที่มีกติกาชัดเจน และเมื่อเรารู้กติกา มันก็เล่นให้ชนะได้ เหมือนทุกเรื่องที่ดูยากในตอนแรก

กติกาข้อแรกที่ต้องเข้าใจก่อนอื่นเลย คือคำถามง่ายๆ ว่า “เงินที่จะเลี้ยงเราตอนไม่มีรายได้ประจำแล้ว มันมาจากไหน?” คำตอบมีอยู่ 3 แหล่ง ที่ผมขอเรียกสั้นๆ ว่า 3P

P · Public

รัฐดูแล

เบี้ยผู้สูงอายุ · บำนาญประกันสังคม

เบาะเสริม
P · Corporate

นายจ้างช่วย

กบข. · กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ตัวเสริม
P · Private

เราเก็บเอง

เงินออม + การลงทุนของเราเอง

เสาหลัก

ทั้ง 3 กระเป๋านี้ไม่ได้แข็งแรงเท่ากัน และที่สำคัญ — มีเพียง กระเป๋าเดียว ที่อยู่ในมือเราจริงๆ เรามาเปิดดูทีละใบครับ

เล่าการเงิน กับจารย์โจ · “อยู่กับผม อะไรๆ ก็ง่าย”4 / 42
FINANCE STORY
วางแผนเกษียณ · บทที่ 1
P ที่ 1 · Public

รัฐดูแลได้ “น้อยลง” ไม่ใช่มากขึ้น

เริ่มจากกระเป๋าที่คนไทยจำนวนมากแอบหวังพึ่งมากที่สุด นั่นคือสวัสดิการรัฐ ลองดูกันตรงๆ ครับ — เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จ่ายแบบขั้นบันไดตามช่วงอายุ (อายุมากขึ้น ได้มากขึ้นเล็กน้อย):

หลักร้อย–ราวพันบาท/เดือน
ไม่กี่ร้อยถึงราวพันบาทต่อเดือนตามช่วงอายุ — พอเป็นเงินเสริม ไม่พอเป็นเงินหลัก · อัตราเคยปรับมาแล้ว เช็กล่าสุดที่กรมกิจการผู้สูงอายุ1
คำถามตรงๆ: เดือนละเท่านี้ “พออยู่ไหม?”

และนี่คือส่วนที่ต้องมองให้ทะลุ — แนวโน้มข้างหน้า สวัสดิการรัฐมีแต่จะ ตึงตัวขึ้น ไม่ใช่ใจดีขึ้น เพราะโครงสร้างประชากรไทยกำลังพลิกแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ไทยเข้า “สังคมสูงวัยสมบูรณ์” แล้ว (2024) — และรัฐจะพึ่งได้น้อยลงเรื่อยๆ
วัยทำงานที่ “อุ้ม”
ผู้สูงอายุ 1 คน
3 : 1
2024
2 : 1
2044 (คาด)
สัดส่วนผู้สูงอายุ (60+)
ในประชากร
20.7%
2024
28%
2033 (คาด)
ที่มา: สศช. รายงานผ่าน The Nation (2024) · เด็กเกิดใหม่ปี 2024 ~460,000 คน ต่ำสุดในรอบกว่า 70 ปี
เล่าการเงิน กับจารย์โจ · “อยู่กับผม อะไรๆ ก็ง่าย”5 / 42
FINANCE STORY
วางแผนเกษียณ · บทที่ 1

อ่านกราฟหน้าที่แล้วช้าๆ ครับ: ปี 2024 คนวัยทำงาน 3 คน ช่วยกัน “อุ้ม” ผู้สูงอายุ 1 คน แต่ภายในปี 2044 จะเหลือแค่ 2 คน อุ้ม 1 คน2 เพราะผู้สูงอายุเพิ่มจาก 20.7% เป็น 28% ของประชากร ขณะที่ปี 2024 มีเด็กเกิดใหม่เพียง ~460,000 คน ต่ำที่สุดในรอบกว่า 70 ปี2

จารย์โจชวนคิด — ญี่ปุ่นเดินหน้าเรื่องนี้ก่อนเรา เขาขยายการจ้างงานถึงอายุ 70 ปี แล้ว3 เมื่อคนทำงานน้อยลงเรื่อยๆ ภาระต่อหัวก็หนักขึ้น นี่คือเลขคณิตง่ายๆ ที่รัฐไหนก็หนีไม่พ้น ถูกไหมครับ?

แล้วบำนาญประกันสังคมล่ะ? ประกันสังคมเป็น “กองทุนของรัฐ” ที่ลูกจ้าง นายจ้าง และรัฐสมทบร่วมกัน (จึงจัดไว้ในกระเป๋า Public) · กรณีชราภาพ จะได้รับเมื่อ อายุ 55 ปีขึ้นไป และสิ้นสภาพผู้ประกันตน (เช่น ออกจากงาน) แบ่งเป็น 2 แบบ:4

1
จ่ายสมทบครบ 180 เดือนขึ้นไป → บำนาญรายเดือนตลอดชีวิต = 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย + เพิ่ม 1.5% ทุก 12 เดือนที่เกิน 180 เดือน · ตัวอย่างสมมติ: ค่าจ้างเฉลี่ย 15,000 สมทบ 25 ปี → 20% + 1.5%×10 = 35% ≈ 5,250 บาท/เดือน
2
จ่ายสมทบไม่ถึง 180 เดือน → บำเหน็จ ได้เป็นเงินก้อนครั้งเดียว · ค่าจ้างที่ใช้คิดมีเพดานตามฐานของ สปส. ซึ่งทยอยปรับขึ้น บำนาญสูงสุดจึงขยับตาม — เช็กตัวเลขล่าสุดที่ sso.go.th
สรุปกระเป๋าที่ 1: มีไว้ดี บำนาญประกันสังคมช่วยได้มากกว่าเบี้ยยังชีพ แต่ทั้งคู่พึ่งเป็นหลักไม่ได้ — มันคือ “เบาะเสริม” ไม่ใช่ “เสาหลัก”
เล่าการเงิน กับจารย์โจ · “อยู่กับผม อะไรๆ ก็ง่าย”6 / 42
FINANCE STORY
วางแผนเกษียณ · บทที่ 1
P ที่ 2 · Corporate

นายจ้างช่วยได้ แต่ช่วย “บางส่วน”

กระเป๋าที่สองคือสวัสดิการจากที่ทำงาน — กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) สำหรับพนักงานเอกชน และ กบข. สำหรับข้าราชการ ดีกว่าเบี้ยรัฐมาก เพราะมีเงินสมทบจากนายจ้างและตัวเราเองสะสมไปเรื่อยๆ แต่มี 2 ข้อจำกัดที่ต้องเข้าใจ

1
ผูกกับ “การมีงาน” — วันที่เราออกจากงาน เปลี่ยนอาชีพ เป็นฟรีแลนซ์ หรือทำธุรกิจตัวเอง เงินสมทบส่วนนายจ้างก็หยุดลงทันที
2
มักไม่พอสำหรับ 25–30 ปีหลังเกษียณ — เงินสมทบถูกออกแบบมาเป็น “ส่วนหนึ่ง” ของแผน ไม่ใช่ทั้งหมดของแผน
สรุปกระเป๋าที่ 2: เป็นตัวเสริมที่ดี — แต่ผูกกับเงื่อนไขการทำงาน และมักไม่พอเดี่ยวๆ
เงินเกษียณก้อนนี้เสียภาษีไหม? ขึ้นกับเงื่อนไขของแต่ละก้อน — เช่น เงิน PVD ถ้าออกตอนเกษียณอายุ 55 ปีขึ้นไป และเป็นสมาชิกครบ 5 ปี ได้รับยกเว้นภาษีทั้งจำนวน · ส่วน RMF ขายคืนได้โดยไม่เสียภาษีเมื่อถือครบ 5 ปีและอายุ 55 ปีขึ้นไป · ถ้าถอนก่อนครบเงื่อนไข อาจต้องเสียภาษีหรือคืนสิทธิ์ลดหย่อน — เช็กเงื่อนไขก่อนถอนทุกครั้ง (เรื่องภาษีละเอียดอยู่ในเล่ม “วางแผนภาษี”)5
เล่าการเงิน กับจารย์โจ · “อยู่กับผม อะไรๆ ก็ง่าย”7 / 42
FINANCE STORY
วางแผนเกษียณ · บทที่ 1
P ที่ 3 · Private

พระเอกตัวจริงของเรื่องนี้

มาถึงกระเป๋าสุดท้าย และสำคัญที่สุด — เงินที่เราเก็บและลงทุนด้วยตัวเอง ในเมื่อกระเป๋า Public ตึงตัวลง และ Corporate ก็ช่วยได้แค่บางส่วน น้ำหนักจึงเทมาที่กระเป๋าใบนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฟังดูเหมือนภาระใช่ไหมครับ? แต่ผมอยากให้คุณมองอีกด้าน

กระเป๋าสองใบแรก เรา ควบคุมไม่ได้ — นโยบายรัฐ เศรษฐกิจ นายจ้าง ล้วนอยู่นอกมือเรา แต่กระเป๋า Private คือกระเป๋าเดียวที่อยู่ในมือเรา 100%
ข่าวดีของบทนี้

กระเป๋าเดียวที่เราคุมได้เต็มที่ ก็คือกระเป๋าเดียวที่เรา “ทำให้ดีขึ้นได้ด้วยตัวเอง” เช่นกัน — เราไม่ต้องรอให้ใครมาตัดสินอนาคตของเรา เราลงมือกับมันได้ตั้งแต่วันนี้ ด้วยความรู้ที่ถูกต้องและแผนที่เป็นระบบ

เพราะเหตุนี้ หนังสือเล่มนี้ทั้งเล่มจะโฟกัสที่กระเป๋า Private เป็นหลัก — ไม่ใช่เพราะอีกสองกระเป๋าไม่สำคัญ แต่เพราะกระเป๋านี้คือจุดที่ “แรงของเราสร้างผลได้จริง” มากที่สุด

สรุปกระเป๋าที่ 3: เสาหลักตัวจริง — และเป็นกระเป๋าเดียวที่เราออกแบบเองได้
เล่าการเงิน กับจารย์โจ · “อยู่กับผม อะไรๆ ก็ง่าย”8 / 42
FINANCE STORY
วางแผนเกษียณ · บทที่ 1
สรุปบทที่ 1

3P — เงินเกษียณมาจากไหน

จำภาพนี้ไว้ภาพเดียวพอ
Public (รัฐ): เบาะเสริม พึ่งเป็นหลักไม่ได้ — และจะตึงตัวขึ้นตามสังคมสูงวัย
Corporate (นายจ้าง): ตัวเสริมที่ดี แต่ผูกกับงาน และมักไม่พอเดี่ยวๆ
Private (เราเอง): เสาหลักตัวจริง — กระเป๋าเดียวที่เราคุมได้ 100%

การยอมรับความจริงข้อนี้ไม่ได้ทำให้เราต้องกังวล ตรงกันข้าม มันทำให้เรา โฟกัสถูกที่ — เลิกฝากความหวังไว้กับสิ่งที่คุมไม่ได้ แล้วหันมาลงแรงกับกระเป๋าที่เราทำให้ดีได้จริง

เอกสารเพื่อการศึกษา: เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ความรู้และมุมมองในการวางแผนการเงินส่วนบุคคลเท่านั้น มิใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเหมาะสมกับตนเองก่อนตัดสินใจ · ตัวเลขประมาณการอนาคตเป็นการคาดการณ์เชิงสถิติ ไม่ใช่การรับประกันผล
แหล่งอ้างอิง: 1 เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบขั้นบันได — กรมกิจการผู้สูงอายุ (อัตราล่าสุดเช็กที่หน่วยงาน) · 2 สศช. รายงานผ่าน The Nation, 2024 · 3 Act on Stabilization of Employment of Elderly Persons (เม.ย. 2021), ญี่ปุ่น · 4 สิทธิกรณีชราภาพ — สำนักงานประกันสังคม / Thai PBS Policy Watch · 5 เกณฑ์ภาษี PVD/RMF — กรมสรรพากร / SET
เล่าการเงิน กับจารย์โจ · “อยู่กับผม อะไรๆ ก็ง่าย”9 / 42
ถาม–ตอบ

คำถามที่บทนี้ตอบ

เบี้ยผู้สูงอายุได้เดือนละเท่าไหร่ พอใช้หลังเกษียณไหม?

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจ่ายแบบขั้นบันไดตามช่วงอายุ อยู่ในระดับไม่กี่ร้อยถึงราวพันบาทต่อเดือน พอเป็นเงินเสริม แต่ไม่พอเป็นเงินหลักของชีวิตหลังเกษียณ อัตราเคยปรับมาแล้ว ตัวเลขล่าสุดเช็กได้ที่กรมกิจการผู้สูงอายุ และแนวโน้มข้างหน้าสวัสดิการรัฐมีแต่จะตึงตัวขึ้นตามสังคมสูงวัย ลองถามตัวเองตรงๆ ว่าเดือนละเท่านี้พออยู่ไหม — คำตอบนั้นคือจุดเริ่มของแผนเกษียณครับ

บำนาญประกันสังคมได้เดือนละเท่าไหร่ คำนวณยังไง?

บำนาญชราภาพประกันสังคมได้เมื่ออายุ 55 ปีขึ้นไปและสิ้นสภาพผู้ประกันตน ถ้าจ่ายสมทบครบ 180 เดือนขึ้นไปจะได้บำนาญรายเดือนตลอดชีวิต เท่ากับ 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย บวกอีก 1.5% ทุก 12 เดือนที่เกิน 180 เดือน ตัวอย่างสมมติในบท ค่าจ้างเฉลี่ย 15,000 บาท สมทบ 25 ปี ได้ราว 5,250 บาทต่อเดือน ถ้าสมทบไม่ถึง 180 เดือนจะได้เป็นบำเหน็จก้อนเดียว ช่วยได้มากกว่าเบี้ยยังชีพ แต่ยังเป็นเบาะเสริม ไม่ใช่เสาหลัก

หลังเกษียณได้เงินอะไรบ้าง เงินเกษียณมาจากไหน?

เงินที่เลี้ยงเราหลังเกษียณมาจาก 3 แหล่ง ที่ผมเรียกว่า 3P คือ Public (รัฐ เช่น เบี้ยผู้สูงอายุ), Corporate (นายจ้าง เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบข.) และ Private (เงินออมและการลงทุนของเราเอง) สองกระเป๋าแรกเป็นแค่เบาะเสริมและตัวเสริม เพราะนโยบายรัฐ เศรษฐกิจ และนายจ้างล้วนอยู่นอกมือเรา ส่วนกระเป๋า Private คือเสาหลักตัวจริง และเป็นกระเป๋าเดียวที่เราคุมได้ 100% — ซึ่งแปลว่าเราทำให้มันดีขึ้นได้ด้วยตัวเอง

เงินเกษียณบริษัทเอกชน มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้วพอไหม?

สำหรับพนักงานบริษัทเอกชน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) เป็นตัวเสริมที่ดีกว่าเบี้ยรัฐมาก เพราะมีเงินสมทบจากนายจ้างและตัวเราสะสมไปเรื่อยๆ แต่มี 2 ข้อจำกัด คือผูกกับการมีงาน — วันที่ลาออก เปลี่ยนอาชีพ หรือไปเป็นฟรีแลนซ์ เงินสมทบส่วนนายจ้างก็หยุดทันที และมักไม่พอสำหรับ 25–30 ปีหลังเกษียณ เพราะถูกออกแบบมาเป็น “ส่วนหนึ่ง” ของแผน ไม่ใช่ทั้งหมด ส่วนที่ขาดจึงต้องเติมจากเงินที่เราเก็บและลงทุนเอง

วางแผนเกษียณฉบับมนุษย์เงินเดือน ทำไมต้องพึ่งตัวเองมากขึ้น?

มนุษย์เงินเดือนต้องพึ่งตัวเองมากขึ้นเพราะโครงสร้างประชากรไทยกำลังพลิก — ไทยเข้า “สังคมสูงวัยสมบูรณ์” แล้วในปี 2024 และจากคนวัยทำงาน 3 คนอุ้มผู้สูงอายุ 1 คน คาดว่าภายในปี 2044 จะเหลือแค่ 2 ต่อ 1 (สศช. รายงานผ่าน The Nation) เมื่อคนทำงานน้อยลง ภาระต่อหัวก็หนักขึ้น สวัสดิการรัฐจึงพึ่งได้น้อยลงเรื่อยๆ ข่าวดีคือการยอมรับความจริงข้อนี้ทำให้เราโฟกัสถูกที่ แล้วลงแรงกับกระเป๋าที่เราทำให้ดีได้จริงตั้งแต่วันนี้

📄 อยากเก็บไว้พิมพ์ทำจริง?ไฟล์ PDF ทั้งเล่มเป็นสิทธิ์ของลูกค้า Zero to Sixty (บริการวางแผนการลงทุนที่มีใบอนุญาต) · ดูรายละเอียด →

🎁 รับ worksheet ของเล่ม "วางแผนเกษียณ" ฟรี

ไฟล์ PDF สำหรับพิมพ์กรอกเอง · กรอกแล้วดาวน์โหลดได้ทันที และส่งลิงก์เก็บไว้ในอีเมลให้ด้วย

ตอนนี้คุณอยู่ช่วงไหน (ไม่บังคับ)
บทถัดไป · บทที่ 2 จาก 6จุดที่คนพลาด “ขยันเก็บที่สุด” ก็ยังพลาดได้คุณจะรู้จัก 4 กับดักที่ทำให้คนขยันออมยังไปไม่ถึงฝั่ง และกันมันได้ตั้งแต่วันนี้ไปต่อบทที่ 2 →