บทที่ 1 / 8 · อ่านราว 7 นาที · เขียนโดย ผู้แนะนำการลงทุน (IP) · อัปเดต
เจาะตราสารหนี้ · เล่มพรีเมียม

บทที่ 01
ตราสารหนี้ =
การให้กู้

โลกที่ใหญ่กว่าตลาดหุ้น แต่คนไทยรู้จักน้อยสุด · เล่มนี้พาเข้าใจตราสารหนี้ตั้งแต่ศูนย์ — เราเป็น ‘เจ้าหนี้’ ที่ช่วยให้พอร์ตนิ่งขึ้น
อ่านจบบทนี้: คุณจะเข้าใจว่าตราสารหนี้คืออะไร ต่างจากหุ้นยังไง และทำไมควรมีในพอร์ต
Track D · เจาะสินทรัพย์ · เล่มขาย
⚡ สรุปบทนี้ใน 30 วินาที3 ข้อ
  • 1. ตราสารหนี้ = เราเป็นเจ้าหนี้ ได้ดอกเบี้ยคืนตามสัญญา
  • 2. 3 ส่วน — เงินต้น · ดอกเบี้ย (coupon) · อายุ
  • 3. มีในพอร์ตเพื่อ ถ่วงให้นิ่ง + เป็นกระสุนรีบาลานซ์
FINANCE STORY
ตราสารหนี้ = การให้กู้ · บทที่ 1
เปลี่ยนมุม

หุ้น=เจ้าของ · หนี้=เจ้าหนี้

ซื้อหุ้น = เป็น ‘เจ้าของ’ บริษัท ลุ้นกำไรโต · ซื้อตราสารหนี้ = เป็น ‘เจ้าหนี้’ ที่ให้บริษัท/รัฐกู้ แล้วได้ดอกเบี้ยคืนตามสัญญา · คนละบทบาท คนละความเสี่ยง

หุ้น = เจ้าของ เสี้ยว ได้กำไร/ปันผล · ลุ้นเติบโต ตราสารหนี้ = เจ้าหนี้ IOU ได้ดอกเบี้ยคืนตามสัญญา
หุ้น = เป็น ‘เจ้าของ’ บริษัท · ตราสารหนี้ = เป็น ‘เจ้าหนี้’ ที่บริษัทต้องจ่ายคืน
จารย์โจเปรียบให้ — ถือหุ้นคือเป็น ‘เจ้าของ’ ร่วมลุ้นกำไรขาดทุน แต่ถือตราสารหนี้คือเป็น ‘เจ้าหนี้’ ที่บริษัทต้องจ่ายดอกและคืนต้นตามสัญญา · เจ้าของได้ไม่จำกัดแต่เสี่ยงมาก เจ้าหนี้ได้ตามตกลง (ถ้าผู้ออกไม่ผิดนัด) จึงมักนอนหลับสบายกว่า · รู้ว่าตัวเองสวมหมวกใบไหน คุณจะคาดหวังได้ถูก
อ
รู้ว่าสวมหมวกไหน
▸ถามตัวเองว่าอยาก ‘ลุ้นโต’ หรือ ‘รับดอกตามสัญญา’
▸โดยทั่วไปเจ้าหนี้ได้รับชำระก่อนผู้ถือหุ้นเวลาบริษัทมีปัญหา (ขึ้นกับลำดับสิทธิ) — ปลอดภัยกว่าแต่ได้จำกัด
เล่าการเงิน กับจารย์โจ · “อยู่กับผม อะไรๆ ก็ง่าย”4 / 54
FINANCE STORY
ตราสารหนี้ = การให้กู้ · บทที่ 1
หน้าตา

3 ส่วนของตราสารหนี้

ตราสารหนี้ทุกตัวมี 3 ส่วนหลัก · เข้าใจ 3 ส่วนนี้ ก็อ่านตราสารหนี้ตัวไหนก็ออก:

หุ้นกู้ บมจ. ตัวอย่าง (สมมติ) เงินต้น1,000 ดอกเบี้ย/ปี4.0% อายุ5 ปี
ตราสารหนี้ 1 ตัวมี 3 ส่วนหลัก — เงินต้น · ดอกเบี้ย (coupon) · อายุ (maturity)

พูดง่ายๆ — เราให้เขายืมเงิน (เงินต้น) · เขาจ่ายดอกเบี้ยให้ทุกปี (coupon) · แล้วคืนเงินต้นเมื่อครบกำหนด (อายุ) · จบสัญญาก็จบกัน ไม่เหมือนหุ้นที่ถือยาวได้เรื่อยๆ · ดอกและเงินต้นจะได้ครบ ‘ตามสัญญา ถ้าผู้ออกไม่ผิดนัด’ — ความเสี่ยงที่ผู้ออกจ่ายไม่ไหว (ความเสี่ยงเครดิต) เราเจาะในบทที่ 5

ลองนึกภาพนะครับ — ตราสารหนี้ 1 ตัวก็เหมือนสัญญากู้ยืมที่เขียนชัดว่า จ่ายดอกเท่าไร บ่อยแค่ไหน และคืนต้นวันไหน · ไม่มีอะไรลึกลับ มันคือข้อตกลงที่อ่านได้ · เข้าใจ 3 ส่วนนี้ คุณจะรู้ทันทีว่ากำลังให้ใครยืมเงิน ด้วยเงื่อนไขแบบไหน และคุ้มความเสี่ยงไหม
เล่าการเงิน กับจารย์โจ · “อยู่กับผม อะไรๆ ก็ง่าย”5 / 54
FINANCE STORY
ตราสารหนี้ = การให้กู้ · บทที่ 1
ทำไมต้องมี

ตัวถ่วงให้พอร์ตนิ่ง

ตราสารหนี้ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าหุ้น แต่ ‘นิ่ง’ กว่ามาก · มันทำหน้าที่เป็นเบาะรองเวลาหุ้นตก และเป็น ‘กระสุน’ ไว้ช้อนซื้อของถูก · พอร์ตที่มีทั้งหุ้นและตราสารหนี้จะเหวี่ยงน้อยลง ถือได้สบายใจกว่า

หุ้น

ผลตอบแทนสูง · เหวี่ยงแรง · ลุ้นเติบโต

ตราสารหนี้

ผลตอบแทนต่ำกว่า · นิ่งกว่า · ดอกเบี้ยตามสัญญา ถ้าผู้ออกไม่ผิดนัด

ลองคิดง่ายๆ — พอร์ตที่มีแต่หุ้นก็เหมือนรถแข่งที่เร็วแต่ไม่มีระบบกันสะเทือน · เจอหลุมทีก็สะเทือนทั้งคัน · ตราสารหนี้คือระบบกันสะเทือนที่ทำให้เรานั่งได้นานขึ้นโดยไม่เมื่อยล้าจนอยากลงจากรถกลางทาง

เคล็ด — ยิ่งรับความเหวี่ยงได้น้อย (ใกล้ใช้เงิน/ใจไม่นิ่ง) ยิ่งควรมีสัดส่วนตราสารหนี้มากขึ้น · มันคือการซื้อ ‘ความสบายใจ’ ให้ตัวเองอยู่ในเกมได้นานพอที่การลงทุนจะได้ผล
จารย์โจย้ำ — ตราสารหนี้ในพอร์ตเหมือนสมอเรือ · ตอนคลื่นลมสงบมันอาจดูไม่ตื่นเต้น แต่ตอนพายุหุ้นเข้า มันคือสิ่งที่ทำให้เรือไม่คว่ำ · พอร์ตที่มีแต่หุ้นเหมือนเรือไม่มีสมอ วิ่งเร็วแต่โคลงแรง · ตัวถ่วงที่ดีไม่ได้ฉุดคุณ แต่ทำให้คุณไปได้ไกลอย่างมั่นคง
อ
ใช้เป็นตัวถ่วง
▸ใส่ตราสารหนี้ส่วนหนึ่ง เพื่อให้ถือหุ้นต่อได้ตอนตลาดผันผวน
▸ยิ่งใกล้วันใช้เงิน ยิ่งควรมีตัวถ่วงมากขึ้น
เล่าการเงิน กับจารย์โจ · “อยู่กับผม อะไรๆ ก็ง่าย”6 / 54
FINANCE STORY
ตราสารหนี้ = การให้กู้ · บทที่ 1
เคสจริง

เอิร์ธมีแต่หุ้น

อ
เอิร์ธพอร์ตหุ้นล้วนตอนตลาดตกแรง พอร์ตติดลบหนักจนนอนไม่หลับ

เอิร์ธมีแต่หุ้น พอตลาดปรับฐาน พอร์ตติดลบ 30% ในเวลาไม่กี่เดือน · เครียดจนเกือบขายทิ้งตอนแดง · หลังจากนั้นเอิร์ธเริ่มแบ่งเงินส่วนหนึ่งมาถือตราสารหนี้ · รอบตลาดตกครั้งถัดมา พอร์ตเหวี่ยงน้อยลงเยอะ ใจนิ่งขึ้น และมีเงินส่วนที่นิ่งไว้ช้อนหุ้นถูกได้ด้วย

ตราสารหนี้ต่างจากเงินฝากตรงไหน? เงินฝากธนาคารได้รับความคุ้มครองจาก สคฝ. (ปัจจุบัน 1 ล้านบาทต่อรายต่อสถาบัน) · แต่พันธบัตร หุ้นกู้ และกองทุนรวม ไม่อยู่ในความคุ้มครองนี้ — ความปลอดภัยขึ้นกับผู้ออกล้วนๆ · พันธบัตรรัฐความเสี่ยงต่ำมาก ส่วนหุ้นกู้เอกชนต้องดูเครดิตของบริษัท

จารย์โจย้ำ — ตราสารหนี้ไม่ได้มีไว้ ‘รวยเร็ว’ · มันมีไว้ ‘อยู่รอดและใจนิ่ง’ · คนที่ถือหุ้นล้วนมักแพ้ไม่ใช่เพราะเลือกหุ้นผิด แต่เพราะทนความเหวี่ยงไม่ไหวแล้วขายตอนแย่สุด · ตราสารหนี้คือเบาะที่ช่วยให้เราอยู่ในเกมได้นานพอ
อ
บทเรียนจากเคสนี้
▸พอร์ตมีแต่หุ้นเหมือนเรือไม่มีสมอ — เหวี่ยงแรงตอนตลาดผันผวน
▸ตราสารหนี้ส่วนหนึ่งช่วยให้ ‘ถือต่อได้’ ตอนหุ้นตก ซึ่งสำคัญมาก
เล่าการเงิน กับจารย์โจ · “อยู่กับผม อะไรๆ ก็ง่าย”7 / 54
FINANCE STORY
ตราสารหนี้ = การให้กู้ · บทที่ 1
สรุปบทที่ 1

รู้จักตราสารหนี้แล้ว

ทบทวนสั้นๆ
1. ตราสารหนี้ = เราเป็นเจ้าหนี้ ได้ดอกเบี้ยคืนตามสัญญา
2. 3 ส่วน — เงินต้น · ดอกเบี้ย (coupon) · อายุ
3. มีในพอร์ตเพื่อ ถ่วงให้นิ่ง + เป็นกระสุนรีบาลานซ์
จำ 1 ประโยค: “ตราสารหนี้มีไว้อยู่รอดและใจนิ่ง ไม่ใช่รวยเร็ว” · บทต่อไป — พันธบัตรรัฐ vs หุ้นกู้เอกชน
จารย์โจปิดบท — รู้จักตราสารหนี้แล้ว คุณมีเครื่องมือถ่วงพอร์ตไว้ในมือ · บทหน้าเราจะแยก 2 แบบหลัก — พันธบัตรรัฐ กับ หุ้นกู้เอกชน
เล่าการเงิน กับจารย์โจ · “อยู่กับผม อะไรๆ ก็ง่าย”8 / 54
ถาม–ตอบ

คำถามที่บทนี้ตอบ

ตราสารหนี้กับหุ้นต่างกันยังไง?

ตราสารหนี้กับหุ้นต่างกันที่บทบาท ซื้อหุ้นคือเป็น “เจ้าของ” บริษัท ลุ้นกำไรโตและปันผล ส่วนซื้อตราสารหนี้คือเป็น “เจ้าหนี้” ที่ให้บริษัทหรือรัฐกู้ แล้วได้ดอกเบี้ยและเงินต้นคืนตามสัญญา เจ้าของได้ไม่จำกัดแต่เสี่ยงมาก ส่วนเจ้าหนี้ได้ตามที่ตกลงถ้าผู้ออกไม่ผิดนัด และโดยทั่วไปได้รับชำระก่อนผู้ถือหุ้นเวลาบริษัทมีปัญหา (ขึ้นกับลำดับสิทธิ) แต่ผลตอบแทนจำกัด รู้ว่าสวมหมวกใบไหน จะคาดหวังได้ถูก

ตราสารหนี้คืออะไร coupon rate คืออะไร?

ตราสารหนี้คือสัญญาที่เราให้บริษัทหรือรัฐยืมเงิน แล้วได้ดอกเบี้ยคืนตามที่ตกลง ถ้าผู้ออกไม่ผิดนัด มี 3 ส่วนหลัก คือ เงินต้น (เงินที่ให้ยืม) · ดอกเบี้ยหรือ coupon ที่จ่ายให้ทุกปี · และอายุหรือ maturity ซึ่งเป็นวันคืนเงินต้น ตัวอย่างสมมติในบทนี้คือหุ้นกู้เงินต้น 1,000 ดอกเบี้ย 4.0% ต่อปี อายุ 5 ปี ไม่มีอะไรลึกลับ มันคือข้อตกลงที่อ่านได้

ลงทุนตราสารหนี้ดีไหม มีไว้ในพอร์ตเพื่ออะไร?

การลงทุนตราสารหนี้เหมาะกับบทบาท “ตัวถ่วงให้พอร์ตนิ่ง” มากกว่าการหาผลตอบแทนสูง เพราะผลตอบแทนต่ำกว่าหุ้นแต่นิ่งกว่ามาก ทำหน้าที่เป็นเบาะรองเวลาหุ้นตก และเป็นกระสุนไว้รีบาลานซ์หรือช้อนซื้อของถูก ตราสารหนี้เองก็มีความเสี่ยง ซึ่งเล่มนี้แยกเล่าในบทถัดๆ ไป ตราสารหนี้มีไว้อยู่รอดและใจนิ่ง ไม่ใช่รวยเร็ว

พอร์ตหุ้นล้วนเสี่ยงไหม ควรมีตราสารหนี้แค่ไหน?

พอร์ตหุ้นล้วนเหวี่ยงแรงตอนตลาดผันผวน เคสของเอิร์ธในบทนี้ พอร์ตติดลบ 30% ในเวลาไม่กี่เดือนจนเกือบขายทิ้งตอนแดง สัดส่วนตราสารหนี้ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน หลักในบทคือยิ่งรับความเหวี่ยงได้น้อย หรือยิ่งใกล้วันใช้เงิน ยิ่งควรมีสัดส่วนตราสารหนี้มากขึ้น อยากรู้ว่าตัวเองรับความเสี่ยงได้แค่ไหน ลองแบบทดสอบฟรี แบบทดสอบนักลงทุนสายไหน

หุ้นกู้ พันธบัตร ได้รับความคุ้มครองเงินฝาก 1 ล้านเหมือนเงินฝากไหม?

หุ้นกู้ พันธบัตร และกองทุนรวมไม่อยู่ในความคุ้มครองของ สคฝ. ซึ่งคุ้มครองเฉพาะเงินฝาก ปัจจุบัน 1 ล้านบาทต่อรายต่อสถาบัน ความปลอดภัยของตราสารหนี้จึงขึ้นกับผู้ออกล้วนๆ พันธบัตรรัฐความเสี่ยงต่ำมาก ส่วนหุ้นกู้เอกชนต้องดูเครดิตของบริษัทให้ดีก่อนซื้อ

📘 ชอบบทนี้? อ่านต่ออีก 7 บทในฉบับเต็ม

ฉบับเต็มมีครบ 8 บท พร้อม worksheet เทมเพลต และเคสตัวอย่างให้ลงมือทำจริง · บทถัดไปเปิดดูหัวข้อและสรุปได้ฟรี

ได้ไฟล์ PDF ทั้งเล่ม (พร้อม worksheet) ทางอีเมลภายใน 24 ชม. · จ่ายผ่านพร้อมเพย์ได้ทุกธนาคาร · เล่มต่อไปเหลือ ฿49 · ครบชุด 31 เล่ม ฿690 ลูกค้า Zero to Sixty อ่านฟรีทุกเล่ม และได้ไฟล์ PDF ทั้งเล่ม · ดูบริการวางแผนการลงทุน (มีใบอนุญาต) →
บทถัดไป · บทที่ 2 จาก 8พันธบัตรรัฐ vs หุ้นกู้เอกชนคุณจะแยกพันธบัตรรัฐกับหุ้นกู้เอกชน และเลือกตามเป้าหมายได้ไปต่อบทที่ 2 →